
𝐅𝐚𝐧𝐛𝐚𝐬𝐞 𝐔𝐩𝐝𝐚𝐭𝐞𝐬 𝐚𝐧𝐝 𝐒𝐮𝐩𝐩𝐨𝐫𝐭 𝐓𝐇𝐎𝐌𝐀𝐒𝐊𝐎𝐍𝐆 @tthomastc @kongjiro_ @MrToky_domundi #โทมัสก้อง #thomaskong #MrToky 🦊🍓🚂 #ThomasKongSchedule
ตารางงาน Schedule 🗓
Joined January 2024
- Tweets46.8K
- Following54
- Followers22.5K
- Likes12.4K
Pinned Tweet
📢 เปิดรับสมัครทีมบ้าน ThomasKong Official TH
รายละเอียดและแบบฟอร์มสมัคร
🔗 : forms.gle/8fZ9xAbaHNaPsXb39
💥 การเป็นทีมบ้านจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ หรือค่าตอบแทนใดๆ นอกจากการได้ซัพพอร์ตโทมัสก้องเท่านั้น
#ForThomasKongTH
ThomasKong Official TH retweeted
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว
.
เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้
.
นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี
.
Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน
.
[ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ]
.
ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้
.
วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน
.
ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย...
.
ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว
.
จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย
.
พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน
.
[ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ]
.
พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้
.
‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น
.
และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023
.
แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด...
.
"วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า
.
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้
.
ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม
.
[ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ]
.
ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม
.
จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง
.
รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง
.
[ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ]
.
ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก
.
หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ
.
จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน
.
ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว
.
ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย
.
[ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ]
.
จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป
.
วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ
.
สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า
.
[ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ]
.
หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้
.
เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ
.
แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว
.
[ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ]
.
ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี
.
วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต
.
เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้
.
ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน...
.
#BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
ThomasKong Official TH retweeted
Good night ครับ 🌙 แกรนนี่ พี่โท น้องก้อง🩷 วันนี้ที่บ้านใครเปียกเปียกไหมครับ ทางนี้พระอาทิดโกดครับ มีตอนมืดมืดน้ำหยดมาแต่ไม่เยอะครับ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะกิ้งกิ้งแต่รู้สึกว่าตอนเย้นเย้นท้องฟ้าปิดไฟเร็วจิงไหมครับ แปปเดียวก้มืดแล้ว พอดูเวลาก้ยังไม่ถึงเวลาปิดไฟเลยคับแกรนนี่ มันเป้นเพราะอาไรหรอครับหรือว่าคนข้างบนนอนไว ท้องฟ้าเลยมืดเร้วครับ น่าตื่นเต้น แต่ก้มีคนบอกว่าเพราะใกล้สิ้นปีแล้วลื้อดูหนาวกำลังมา แต่ไองงครับ so งงมาก ทำไมถึงบอกว่าลื้อดูหนาวครับ ไอไม่ได้หนาวสักหน่อย ยังเปิดแอร์กิ้งกิ้งอยุ่เลย พอถามว่าทำไมมืดมืดก่อนเวลาปกติ ก้บอกลื้อดูหนาว ลื้อดูหนาวอยุ่นั่น ไม่ไม่หนาวครับ! I’m not cold kub!! งอน
ไอจะหนีไปเป้นพี่ปลาครับ handsome ไหมครับ เป้นพี่ปลากี้โม่ครับ haha ป่อยใจสะบายสะบายครับ ถ้าอ่านมาจนถึงตอนนี้ก็หวังว่าแกรนนี่ของไอจะมีรอยยิ้ม มีความสุกวิ่งวนวนรอบตัวนะครับ My grannies’ happiness is what keeps me going every day. Seeing them happy makes me happy and gives me a reason to keep living every day kub ไอรักครอบครัวของไอทุกคนเลยครับ ฝันดีครับ
#MrToky
ThomasKong Official TH retweeted
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว
.
เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้
.
นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี
.
Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน
.
[ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ]
.
ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้
.
วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน
.
ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย...
.
ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว
.
จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย
.
พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน
.
[ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ]
.
พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้
.
‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น
.
และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023
.
แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด...
.
"วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า
.
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้
.
ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม
.
[ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ]
.
ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม
.
จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง
.
รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง
.
[ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ]
.
ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก
.
หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ
.
จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน
.
ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว
.
ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย
.
[ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ]
.
จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป
.
วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ
.
สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า
.
[ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ]
.
หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้
.
เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ
.
แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว
.
[ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ]
.
ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี
.
วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต
.
เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้
.
ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน...
.
#BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
ฝากทุกคนเข้าไปอ่านบทความกันเยอะๆ นะค้าบ กดลิงก์นี้เข้าไปได้เลยย 🍟🍓
#fatfries #อ้วนทอด
#kongjiro ; #thomaskong
เคยเปิดได้วันเดียว แล้วต้องปิดไป 1 ปี กว่าจะมาเป็น Fatfries แบรนด์เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น ยอดขายเดือนละล้าน ของสองซีอีโอวิน-ก้อง
brandinside.asia/fatfries-br…
ThomasKong Official TH retweeted
เคยเปิดได้วันเดียว แล้วต้องปิดไป 1 ปี กว่าจะมาเป็น Fatfries แบรนด์เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น ยอดขายเดือนละล้าน ของสองซีอีโอวิน-ก้อง
brandinside.asia/fatfries-br…
ThomasKong Official TH retweeted
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว
.
เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้
.
นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี
.
Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน
.
[ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ]
.
ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้
.
วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน
.
ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย...
.
ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว
.
จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย
.
พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน
.
[ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ]
.
พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้
.
‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น
.
และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023
.
แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด...
.
"วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า
.
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้
.
ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม
.
[ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ]
.
ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม
.
จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง
.
รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง
.
[ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ]
.
ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก
.
หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ
.
จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน
.
ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว
.
ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย
.
[ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ]
.
จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป
.
วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ
.
สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า
.
[ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ]
.
หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้
.
เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ
.
แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว
.
[ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ]
.
ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี
.
วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต
.
เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้
.
ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน...
.
#BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
📸 Website Update (28.10.26)
: brandinside.asia
#fatfries #อ้วนทอด
ꔛ brandinside.asia/fatfries-br…
#kongjiro ; #thomaskong
📸 IG Reels Update (28.10.26)
: KieraSelbe.official
A little throwback to Kong’s moments with KIERA SELBE at BIFW 2026. 🖤
ꔛ instagram.com/reel/DfCTabVu9…
KONG AT SIAM CENTER BIFW26
#SiamCenterBIFW2026xKONG
#KieraSelbeRunway2026 ; #kongjiro
📸 IG Update (28.10.26)
: thomaschungmanirat
Thank you #VVONSUGUNNASIL
ꔛ instagram.com/p/DfCTyZMk8zP/…
#tthomastc #kongjiro
#โทมัสก้อง ; #thomaskong
📸 TikTok Update (28.10.26)
: kongjiro
ꔛ vt.tiktok.com/ZSgpJtmAw/
#tthomastc #kongjiro
#โทมัสก้อง ; #thomaskong
📸 IG Update (28.10.26)
: chayaky_photography
TMK WITH BUTTER BLOOM
#ButterBloomxThomasKong
ꔛ instagram.com/p/DfBmg0VEsik/…
#tthomastc #kongjiro
#โทมัสก้อง ; #thomaskong
ThomasKong Official TH retweeted
❗️ศึก ครองอันดับ 1 ประจำสัปดาห์❗️
ตัดอันดับทุกวันอาทิตย์ เพื่อรับ 1,000 คะแนน🔥
อันดับ 1️⃣ 30.2%
มาพาคะแนนออกห่างกันคั้บ💞
💙 สาขา 19 คู่จิ้นติดกระแสไวรัล -โทมัสก้อง
🗳️ โหวตฟรีวันละ 5 คะแนน
🔗 theviralhitsawards.net
#VoteForThomasKong #โทมัสก้อง #THEVIRALHITSAWARDS2026
ThomasKong Official TH retweeted
Good morning kub แกรนนี่ ⛅️ ไม่มีคนเปิดน้ำ พระอาทิดโกดโกด เหมาะแก่การกิ้งกิ้งเปิดแอร์ตากพุงฉ่ำฉ่ำเป้นสตอเบอรี่แช่แข้งครับ today ขอให้แกรนนี่ทุกคน happy มี good day และเป้นวันที่โสดใสใส่ใจคนรอบตัวครับ รักแกรนนี่เหมือนเดิมนะครับ ไม่รุ้จะอีทอะไรแนะนำทีครับ ไม่งั้นต้องอีทไข่ต้มอีกแล้วครับแกรนนี่
#MrToky




















