Hyper Shark! (@HyperSharkk) header
Hyper Shark! (@HyperSharkk) profile picture

Long-term investor | MBA, M.Econ | วิเคราะห์หุ้นจากพื้นฐาน ลงทุนใน Megatrend อนาคต | ผมแชร์ทุกข้อมูลที่ไม่มีในนี้ ไว้ใน Ko-fi ลองเข้าไปส่องกันได้ 👇🏻

Not Financial Advice
Joined April 2022
Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)Photo by Hyper Shark! (@HyperSharkk)
หุ้น 20 ตัวที่ผมว่าน่าศึกษาไว้เผื่อปรับฐานมาถึง... จะได้เก็บของถูกๆ จากที่ผมอยู่ในตลาดมานาน ผมรู้ดีว่าผลตอบแทนก้อนใหญ่ๆ มันจะไม่ได้เกิดจากการไล่ซื้อหุ้นตอนคนแห่กันเข้าไป แต่มันจะเกิดจากการเตรียม "Shopping List" หรือ "Watchlist" ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนขาขึ้น เพื่อซื้อตอนขาลง เพราะนั้นคือส่วนลดที่เราจะได้ บทความนี้เลยจะไม่ใช่ลิสต์หุ้นที่ผมคิดว่าจะขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ หรือเดือนนี้เดือนหน้านะครับ ไม่ใช่หุ้นเล็กๆ ซิ่งๆ แต่เป็นหุ้นใหญ่ ผู้นำ มีรายได้จริงๆ มีลูกค้าจริงๆ และมีแนวโน้วเติบโตไปกับ Megatrend ได้ยาวๆ แต่จะเป็นหุ้นที่ถ้าตลาดปรับฐาน 20-30% จริงๆ ผมว่าพวกนี้มันน่ากลับไปศึกษาซ้ำและพิจารณาเข้าซื้อ เพราะผมเชื่อว่าหลายๆ บริษัทในลิสต์นี้ยังอยู่ใน Megatrend สำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็น AI, Data Center, Semiconductor, Space Economy, FinTech หรือ National Security แน่นอนครับ ว่าไม่มีหุ้นตัวไหน "โตแน่นอน" 100% มันไม่มี แต่ถ้าต้องเลือกธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จากข้อมูล รายได้ ลูกค้า และแนวโน้ม sector นี่คือ 20 ตัวที่ผมกำลังจับตาอยู่... อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่นี่เลยครับ: tinyurl.com/3pvsfbuv
37
1,754
13
2,775
544,808
Hyper Shark! retweeted
จากนี้ผมคงจะไม่ได้ซื้อหุ้นไม้ใหญ่ๆ แล้ว... เพราะต้องเก็บเงินสด ระดับ 50% ของพอร์ต เพราะตอนนี้ภาพใหญ่กำลังบอกเราว่า มันไม่ปกติ ตอนนี้ Big tech ต้องการเงินมาลงทุน Ai มหาศาลมากๆ ทั้งกู้ธนาคาร และออกหุ้นกู้ ดอกเบี้ยสูง ทำให้เห็นว่าเงินในตลาดมันเริ่มหมด ไม่ใช่ว่าจะอัดลง Ai ได้ตลอดไป และสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ และมันจะสูงแบบนี้ไปอีกนาน ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นมาก อย่างมีนัยสำคัญ เพราะงั้นแม่งจะสะดุดกันมากกว่าตอนนี้อีก ตอนนี้ Big Tech ก็เริ่มเห็นว่า FCF ติดลบกันแล้ว ทั้งเงินเริ่มหมด และหาเงินจาก Ai ยังไม่ได้ด้วย แล้ววันไหนจะคืนทุน นี่แหละ ตลาดมันเลยเทขาย สำหรับผมเอง ผมยังจะถือหุ้นในพอร์ตต่อไป ไม่ขาย และเน้น core position Top10 ส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Top10 ผมปล่อยตามเวรตามกรรมเลย เพราะ Top10 ผมส่วนมากบวกกันหมด ตลาดต้องลงลึกมากๆ ผมถึงจะขาดทุน และถ้าขาดทุนผมจะอัดเพิ่มทันที นี่คือแผนของผม ผมเลยต้องมีเงินสดเยอะมากๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตตอนที่ตลาดร่วงหนักๆ ตลาดตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยหนี้มหาศาลมากๆ มันคล้ายๆ ช่วงที่โลกเราสร้าง Infra ช่วง Internet มากๆ และนั้นแหละความเสี่ยงมันคือเงินทุนอาจจะหมดก่อนที่ Demand จะสร้างผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุน แต่สุดท้ายแล้ว Infra ก็จะยังอยู่ และ Ai ก็ยังอยู่ แค่ในตลาดมันซื้อกันจนราคานำพื้นฐานไปเยอะแล้ว มันควรได้กลับมาจุดสมดุลเท่านั้นเอง
15
883
7
1,141
74,804
วีคที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรน่าสนใจบ้าง เผื่อใครตามข่าวไม่ทัน ผมจะสรุปอันที่สำคัญๆ ให้ฟัง มา! ภาพรวมวีคที่แล้ว -> หุ้น Big Tech ร่วงหนัก เพราะหลายๆ ตัว FCF ติดลบ เพราะลงทุน Ai ไปเยอะ แถมยังหาเงินจาก Ai ได้ไม่เยอะขนาดนั้น FCF มันเลยติดลบ แต่ Demand AI ยังแรงเหมือนเดิม แค่ตลาดมันเทขายหุ้น AI เพราะกลัว valuation ที่แพงและกลัวเรื่องหนี้ Memory ยังเป็นพระเอก
-> Samsung และ $SKHY มองว่าของจะขาดถึงปี 2028-2030 -> ราคา DRAM ทำ New ATH และลูกค้าแห่เซ็นสัญญาระยะยาว Optics มีค่ามาก จนถึงขั้นมีการซื้อกิจการกันเลย
-> $MRVL จะซื้อ $LITE ด้วยการแลกหุ้นทั้งหมด เพื่อเอาคอขวดด้าน Laser มาไว้ใกล้ๆ มือ Cloud ยังโตและยังมีการลงทุนต่อ -> Azure, AWS และ Google Cloud โตเร็วกันมากนะครับ และทุกเจ้าบอกว่าของไม่พอ ละปีหน้าจะลงทุนเพิ่มอีก คอขวดใหม่ คือ ไฟฟ้าและ packaging -> เมกาจะขาดไฟมากขึ้น และชิป custom ASIC ที่โตเร็วทำให้ packaging นอก $TSM มีโอกาสมากขึ้น PC และ $INTC โดนหนัก -> memory ที่แพงทำให้ Demand PC หด งบ $INTC เลยออกมาแย่ -> ส่วนงบ $GOOGL ก็ทำให้ตลาดกลัวว่า Search จะโดน AI กิน OpenAI ลด Valuation บริษัทที่ใช้ระดมทุน จาก 2T ตอนนี้ 1.25T -> ตลาดจึงเริ่มกังวลว่าเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนจะช้าลง ความเสี่ยงที่ผมโฟกัสตอนนี้คือ -> CXMT ไล่ทันเร็ว อาจจะกดราคา DRAM ในระยะยาวได้เลย -> Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยได้ในสิ้นปีนี้ และตลาดยังผันผวนก่อนการเลือกตั้ง Midterm
4
155
1
227
14,084
1. ผมถือเงินสดเปล่าๆ เลยครับ เพราะไม่อยากเปลี่ยนไปถืออย่างอื่น หลายคนอาจจะไปถือเป็น bond หรือฝากกินดอก หรืออะไรตอื่นๆ แต่มันสภาพคล่องน้อยกว่าการถือเงินสด แถมใช้เวลาจัดการนาน และบางทีโดนค่าธรรมเนียม ผมต้องอะไรที่ไว เลยเลือกที่จะถือเงินสดๆ เลย 2. ที่เห็นลงมา ผมก็ไม่รู้ว่าเยอะหรือยัง และก็ไม่รู้ว่าเป็นจังหวะซื้อมั้ย ผมแค่มองภาพ macro แล้วมันเริ่มน่ากังวล เลยอยากป้องกันความเสี่ยงโดยการถือเงินสด (การป้องกันความเสี่ยงมีหลายแบบ ลองหาที่เข้ากับตัวเองดูครับ) -> ผมจะไม่ timing the market ไม่เดาราคาอะไรทั้งสิ้น -> ผมจะ time the market อยากอยู่ในตลาดให้ได้นานๆ ที่ผมเก็บเงินสดเยอะๆ เพราะพอร์ตผมมีหุ้นเยอะมากๆ แล้ว ผมเลยอยากให้พอร์ตมันรันไป พร้อมกับถือเงินสดไว้เผื่อภาพใหญ่มันพังจริงครับ ไม่ใช่การเดาว่าตลาดจะร่วง หรือพยายามเดาราคาจะขึ้นจะลง เพราะผมพอใจในพอร์ตของผมตอนนี้แล้ว เลยอยากเก็บเงิน ซึ่งผมเป็นคนที่เก็บเงินสดมาตลอด ไว้ช้อนหุ้น (แต่ก็ไม่ค่อยได้ช้อนต่ำๆ มากๆ หรอกครับ เพราะผมไม่อยากเดาราคา แค่มันลงมา 30-40% ในรอบเดือน นั้นก็เยอะแล้ว ผมก็จะเข้าจุดนั้น)
Replying to @HyperSharkk
ขอสอบถามหน่อยค่ะ เห็นหลายคนก็บอกว่าเก็บเงินสด อยากรู้ว่าคำว่าเงินสดคือเอาไปเก็บไว้ตรงไหนหรอคะไว้ในพันธบัตรสหรัฐหรือเปล่าคะ อีกอย่างคือตอนนี้หุ้น Tech ใหญ่หลายตัวก็ลงมาเยอะแล้วไม่ใช่ว่าถือเป็นจังหวะซ้อนหรอคะ หรือว่าคนที่บอกเก็บเงินสดไว้ก่อนคือคาดว่าน่าจะลงได้อีกแล้วรอช้อนตรงนั้น
6
283
2
449
34,478
จากนี้ผมคงจะไม่ได้ซื้อหุ้นไม้ใหญ่ๆ แล้ว... เพราะต้องเก็บเงินสด ระดับ 50% ของพอร์ต เพราะตอนนี้ภาพใหญ่กำลังบอกเราว่า มันไม่ปกติ ตอนนี้ Big tech ต้องการเงินมาลงทุน Ai มหาศาลมากๆ ทั้งกู้ธนาคาร และออกหุ้นกู้ ดอกเบี้ยสูง ทำให้เห็นว่าเงินในตลาดมันเริ่มหมด ไม่ใช่ว่าจะอัดลง Ai ได้ตลอดไป และสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ และมันจะสูงแบบนี้ไปอีกนาน ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นมาก อย่างมีนัยสำคัญ เพราะงั้นแม่งจะสะดุดกันมากกว่าตอนนี้อีก ตอนนี้ Big Tech ก็เริ่มเห็นว่า FCF ติดลบกันแล้ว ทั้งเงินเริ่มหมด และหาเงินจาก Ai ยังไม่ได้ด้วย แล้ววันไหนจะคืนทุน นี่แหละ ตลาดมันเลยเทขาย สำหรับผมเอง ผมยังจะถือหุ้นในพอร์ตต่อไป ไม่ขาย และเน้น core position Top10 ส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Top10 ผมปล่อยตามเวรตามกรรมเลย เพราะ Top10 ผมส่วนมากบวกกันหมด ตลาดต้องลงลึกมากๆ ผมถึงจะขาดทุน และถ้าขาดทุนผมจะอัดเพิ่มทันที นี่คือแผนของผม ผมเลยต้องมีเงินสดเยอะมากๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตตอนที่ตลาดร่วงหนักๆ ตลาดตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยหนี้มหาศาลมากๆ มันคล้ายๆ ช่วงที่โลกเราสร้าง Infra ช่วง Internet มากๆ และนั้นแหละความเสี่ยงมันคือเงินทุนอาจจะหมดก่อนที่ Demand จะสร้างผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุน แต่สุดท้ายแล้ว Infra ก็จะยังอยู่ และ Ai ก็ยังอยู่ แค่ในตลาดมันซื้อกันจนราคานำพื้นฐานไปเยอะแล้ว มันควรได้กลับมาจุดสมดุลเท่านั้นเอง
15
883
7
1,141
74,804
วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์ว่า Hyperscaler ตัวไหน?? จะทำเงินจาก Ai ได้ก่อน -> เพราะช่วงนี้งบของ Hyperscaler หลายๆ ตัวออกมา FCF ติดลบกันรัวๆ -> ทำเงินจาก Ai ก็ยังไม่ได้ แถมเงินจะเอาไปลงทุนพัฒนาต่อก็น้อยลงๆ -> แล้วแบบนี้ CapEX ที่ลงทุนไป มันจะกลับมาเป็นรายได้เมื่อไหร่? -> นักลงทุนอยากเห็น FCF กลับมาบวกไวๆ และเห็นว่าเงินนั้นมันมาจาก Ai ด้วย -> เพราะนั้นมันจะบอกเราว่าบริษัทจะไปต่อไปเรื่อยๆ ไม่สะดุดล้มซะก่อน ผมเขียนบทความวิเคราะห์ไว้ให้อ่านแล้ว เข้าไปอ่านกันได้เลยครับ: tinyurl.com/44u6c6d7
41
97
9,881
Hyper Shark! retweeted
$META FCF โดนกดหนัก $GOOGL FCF ติดลบ $AMZN FCF ติดลบ $MSFT CapEx ต่ำกว่าที่คาด ถ้ามันเกิดแค่บริษัทเดียว ผมคงไม่คิดอะไรเลย แต่พอมันเริ่มเกิดพร้อมๆ กัน ผมว่าเราต้องตั้งคำถามแล้วว่า AI CapEx กำลังเข้า Phase ต่อไปแล้วป่าว? Phase ที่ไม่ได้อัดกันหนักๆ แล้ว แต่จะเป็น Phase ที่ถามหาความคุ้นทุนของการลงเงินมากขึ้น -> $GOOGL Q3 FCF ติดลบประมาณ -$9.1B -> $AMZN ล่าสุด FCF แบบ TTM ลงไป -$7.6B จากปีก่อนที่ยัง +$18.2B และบริษัทบอกเองว่าสาเหตุหลักคือการลงทุน AI -> ส่วน $META ฝั่ง Cash Flow ก็โดน CapEx กินหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน -> แต่ๆๆ $MSFT น่าสนใจมาก เพราะไตรมาสล่าสุด CapEx อยู่ที่ $45.2B ต่ำกว่าที่บริษัทคิดไว้ เพราะ Third-party Capacity ส่งมอบช้า แต่ Azure ก็ยังโต 48% และ $MSFT ก็บอกเองว่า AI Demand ยังมากกว่า Capacity แปลว่าอะไร? ก็แปลว่า Demand ไม่ได้หายไปไหน ปัญหาคือการสร้าง Supply ให้ทัน Demand มันเริ่มแพงและยากขึ้นเรื่อยๆ AI CapEx รอบแรกคือ “ใครมีเงิน ก็ได้สร้างก่อน” แต่ผมว่ารอบต่อไปกำลังจะกลายเป็น “ใครสร้างแล้วเปลี่ยน CapEx ให้เป็น Revenue + Cash Flow ได้เร็วที่สุด” ซึ่งก็คือสิ่งที่ผมพูดซ้ำๆ วนๆ มาตลอด ว่ามันสำคัญกว่าการอัดเงินไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่คืนทุน หรือหาเงินไม่ได้จากการอัดเงินตอนแรก เพราะเงินมันมีวันหมด และตอนนี้เงินมันออกก่อนเยอะมาก ทั้ง… - GPU - Memory - Networking - Optical - Power - Cooling พวกนนี้เงินไหลไปหาตั้งแต่วันนี้เลย ตอนที่ Data center ยังสร้างไม่เสร็จด้วยซ้ำ มันเลยเกิด Gap แบบนี้ CapEx ↑↑↑ → Capacity อยู่ระหว่างสร้าง → FCF ↓ → Revenue ค่อยตามมาทีหลัง และตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าจะเริ่มแยกผู้ชนะกับผู้แพ้ได้แล้ว ต่อจากนี้ผมก็จะดูว่า “CapEx $1 ที่จ่ายไป เปลี่ยนกลับมาเป็น Revenue / FCF ได้เร็วแค่ไหน?” เพราะถ้า AI Demand ยังแรง แต่ Cash Flow เริ่มโดนกินกันไปเรื่อยๆ ตลาดจะเริ่มตั้งคำถามว่า “แล้วผลตอบแทนจากเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่กำลังเทลงไป มันจะกลับมาเมื่อไหร่?”
6
259
4
389
47,809
หลายคนน่าจะสงสัยว่าทำไม $NOW มันลงแรงขนาดนั้น มันเกิดไรขึ้น มา ผมจะเล่าให้ฟัง ที่แปลกคือ Earnings มันไม่ได้ขนาดนั้นเลย แต่หุ้นลง 26% โคตรโหด เวลานักลงทุนมันไม่เอาคือมันปล่อยหมดมือกันจริงๆ -> Revenue ยังโต 20% -> Subscription Revenue ก็โต 21% -> RPO โต 22% -> AI ACV Target ก็เพิ่งเพิ่มเป็น $1.7B แถม Management ก็บอกว่า AI Consumption โตไปแล้ว 13 เท่า ถ้าดูแค่นี้แม่งควรเป็นข่าวดีด้วยซ้ำ 555+ แต่ปัญหาคือ ตลาดไม่ได้สนว่า $NOW วันนี้โตเท่าไหร ตลาดกำลังกลัวว่า “ถ้า AI Agent ทำงานแทนคนมากขึ้น แล้ว Business Model แบบเก็บเงินตาม Seat จะโตต่อยังไง?” เมื่อก่อน Software โตง่ายมาก บริษัทมีพนักงานเพิ่ม -> ซื้อ Seat เพิ่ม -> SaaS Revenue เพิ่ม แต่ Agentic AI มันกลับกัน AI เก่งขึ้น -> Agent ทำงานแทนคนมากขึ้น -> จำนวน Human Seat อาจจะไม่โตแบบเดิม เพราะงั้นตลาดเลยเริ่มกลัวว่า AI ที่ $NOW กำลังขาย จะไปกิน Business Model เดิมของ $NOW เองรึเปล่า? แต่ๆๆ ตรงนี้ผมว่าตลาดอาจจะกำลังมองพลาดไปหน่อย เพราะ $NOW เองก็รู้เรื่องนี้ครับ -> Management บอกแล้วว่า ครึ่งนึงของ New Business ไม่ได้ผูกกับ Seat แบบเดิม -> และสิ่งที่กำลังพยายามทำคือเปลี่ยนจาก คิดเงินตาม “จำนวนคนใช้” ไปเป็น คิดเงินตาม “งานที่ AI ทำ” -> จาก Seat Economics ไปเป็น Consumption Economics Bill McDermott ถึงพูดว่า ถ้าลูกค้าเริ่มใช้ AI จริง Revenue per User มีโอกาสเพิ่มได้ถึง 5 เท่า นี่แหละคือการเดิมพันจริงของ $NOW ต่อจากนี้ ไม่ใช่ว่า AI ของมันขายได้มั้ย คือ ขายได้แล้ว แค่ว่า AI Revenue ใหม่จะโตเร็วพอที่จะชดเชยการชะลอของ SaaS แบบเดิมได้มั้ย ส่วนตอนนี้ตลาดมองว่า “ถ้าธุรกิจเดิมกำลังโตช้าลง กูจะไม่ยอมจ่าย Multiple เดิม จนกว่าจะเห็นว่า AI Business ใหม่โตมารับไม้ต่อได้จริงๆ” ผมว่าเนี้ยแหละที่ทำให้หุ้นลงแรง มันคือช่วงรอยต่อของ Business Model แหละครับ -> Seat-based SaaS กำลังโตช้าลง แต่ -> Agent / Consumption-based Revenue ยังโตไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดมั่นใจ แล้วถ้า $NOW ทำ Transition นี้สำเร็จนะ ผมว่ามุมมันจะกลับมาโคตรน่าสน เพราะ AI Agent ยิ่งเยอะ Enterprise ยิ่งต้องมีคนคุม -> Agent ตัวไหนเข้าถึง Data อะไรได้ -> ทำ Action อะไรได้ -> ต้องขอ Permission จากใคร -> Workflow ไหนต้องผ่าน Approval -> ใคร Audit มัน ซึ่งของพวกนี้คือสิ่งที่ $NOW มีอยู่แล้ว เพราะงั้นผมไม่ได้มองว่า AI → ฆ่า ServiceNow ผมกำลังมองว่า AI → ฆ่า Seat Economics บางส่วน → แต่สร้าง Agent Economics ก้อนใหม่ให้ $NOW คำถามเดียวของผมตอนนี้คือ ก้อนใหม่จะโตทันก้อนเก่าที่กำลังชะลอมั้ย? ถ้าทัน หุ้นอาจจะถูก Re-rate กลับมาได้ แต่ถ้าไม่ทัน… ตลาดก็อาจจะคิดถูก... ยังไงก็ระมัดระวังกันด้วยครับ ช่วงนี้ความผัวผวนสูง สิ่งสำคัญเลยคือ Dont lost your money นะครับ ✌🏻
Replying to @HyperSharkk
แล้วสำหรับ $NOW ทำไมถึงลงฮวบ26% เป็นกราฟดิ่งลงเลย ปัจจัยคืออะไรเหรอคะ พออธิบายได้ไหมคะ
9
125
4
212
26,515
$GOOGL vs $MSFT ทำไม Hyperscaler 2 ตัวนี้มันวิ่งสวนกันขนาดนี้??? ทั้งที่... - ทั้งคู่กำลังเทเงินเข้า AI เหมือนกัน - ทั้งคู่มี Cloud - ทั้งคู่มี Model - ทั้งคู่มีลูกค้า Enterprise - ทั้งคู่กำลังสร้าง Data Center แต่ทำไมตลาดถึง Reward $MSFT แล้วลงโทษ $GOOGL? นี่มันอาจจะกำลังบอกว่า ตลาดไม่ได้ให้ Premium กับคำว่า “AI CapEx” เหมือนกันทุกบริษัทแล้ว ตอนนี้ตลาดอยากเห็นว่า “ใครเปลี่ยน AI CapEx ให้กลายเป็น Revenue / Earnings / FCF ได้เร็วกว่ากัน?” และ $MSFT คือคนที่ลด CapEx Ai งบรอบที่แล้ว และตอนนี้ก็มี Free Cash Flow ที่ไม่ติดลบแบบ $GOOGL
8
165
2
290
32,566
Hyper Shark! retweeted
$MRVL กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อซื้อ $LITE !!! 🔥 และอาจจะประกาศได้เร็วสุดวีคหน้าเลย ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง ผมว่า Thesis ที่เราตามเรื่อง Optical มาตลอดมันจะชัดขึ้นอีกเยอะเลย แล้วทำไม $MRVL ถึงอยากได้ $LITE? ผมมองง่ายๆ แบบนี้ $MRVL = ฝั่ง Electrical -> DSP, SerDes, Switch, PHY, CPO $LITE = ฝั่ง Optical -> InP Laser, EML, UHP Laser, Optical Component, OCS ถ้าเอาสองบริษัทมารวมกัน $MRVL มันจะกินตั้งแต่ได้ Electrical → DSP → Optical → Laser เลย โดยเฉพาะตอนที่ AI Cluster กำลังขยับจาก 800G → 1.6T → 3.2T และ Laser เริ่มกลายเป็นสิ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าสนใจคือ 2 บริษัทนี้ไม่ได้เพิ่งรู้จักกันด้วยนะ ปีที่แล้วเคย Demo 450G Optical Interface ด้วยกัน และปีนี้ก็เพิ่งเอา Marvell 1.6T DSP + Lumentum Optical Circuit Switching มา Demo ด้วยกันอีก⁠ เพราะงั้นถ้าดีลเกิดจริง มันกำลังบอกเราว่า -> Optical / Laser สำคัญมากๆ จนบริษัทระดับ $MRVL ถึงขั้นยอมซื้อ Supply Chain เข้ามาไว้กับตัวเองเลย แล้วตรงนี้แหละ ที่ผมว่ามันจะทำให้ $COHR, $AAOI น่าตามขึ้นอีกเหมือนกัน เพราะถ้า $LITE โดนซื้อไปจริง ตลาดจะเหลือ Independent Optical Player ใหญ่ๆ น้อยลง แต่ๆๆ ฝั่ง $MRVL ผมจะรอดูราคาดีลก่อน -> เพราะ $LITE แพงมากๆ แล้ว ละถ้า $MRVL ต้องออกหุ้นเยอะเพื่อซื้อ Dilution ก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน ตอนนี้ยังเป็นแค่รายงานจาก Bloomberg นะครับ ยังไม่มีประกาศ Official แต่ถ้าดีลนี้เกิดจริง… ผมว่ามัน Confirm Thesis Optical รอบนี้แรงมาก AI โต → Data Movement โต → Optical สำคัญขึ้น → Laser กลายเป็น Strategic Asset จนสุดท้ายบริษัทชิปอาจจะเลือก ซื้อคนทำ Laser ไปเลย 555+
7
55
3
117
12,137
$META FCF โดนกดหนัก $GOOGL FCF ติดลบ $AMZN FCF ติดลบ $MSFT CapEx ต่ำกว่าที่คาด ถ้ามันเกิดแค่บริษัทเดียว ผมคงไม่คิดอะไรเลย แต่พอมันเริ่มเกิดพร้อมๆ กัน ผมว่าเราต้องตั้งคำถามแล้วว่า AI CapEx กำลังเข้า Phase ต่อไปแล้วป่าว? Phase ที่ไม่ได้อัดกันหนักๆ แล้ว แต่จะเป็น Phase ที่ถามหาความคุ้นทุนของการลงเงินมากขึ้น -> $GOOGL Q3 FCF ติดลบประมาณ -$9.1B -> $AMZN ล่าสุด FCF แบบ TTM ลงไป -$7.6B จากปีก่อนที่ยัง +$18.2B และบริษัทบอกเองว่าสาเหตุหลักคือการลงทุน AI -> ส่วน $META ฝั่ง Cash Flow ก็โดน CapEx กินหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน -> แต่ๆๆ $MSFT น่าสนใจมาก เพราะไตรมาสล่าสุด CapEx อยู่ที่ $45.2B ต่ำกว่าที่บริษัทคิดไว้ เพราะ Third-party Capacity ส่งมอบช้า แต่ Azure ก็ยังโต 48% และ $MSFT ก็บอกเองว่า AI Demand ยังมากกว่า Capacity แปลว่าอะไร? ก็แปลว่า Demand ไม่ได้หายไปไหน ปัญหาคือการสร้าง Supply ให้ทัน Demand มันเริ่มแพงและยากขึ้นเรื่อยๆ AI CapEx รอบแรกคือ “ใครมีเงิน ก็ได้สร้างก่อน” แต่ผมว่ารอบต่อไปกำลังจะกลายเป็น “ใครสร้างแล้วเปลี่ยน CapEx ให้เป็น Revenue + Cash Flow ได้เร็วที่สุด” ซึ่งก็คือสิ่งที่ผมพูดซ้ำๆ วนๆ มาตลอด ว่ามันสำคัญกว่าการอัดเงินไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่คืนทุน หรือหาเงินไม่ได้จากการอัดเงินตอนแรก เพราะเงินมันมีวันหมด และตอนนี้เงินมันออกก่อนเยอะมาก ทั้ง… - GPU - Memory - Networking - Optical - Power - Cooling พวกนนี้เงินไหลไปหาตั้งแต่วันนี้เลย ตอนที่ Data center ยังสร้างไม่เสร็จด้วยซ้ำ มันเลยเกิด Gap แบบนี้ CapEx ↑↑↑ → Capacity อยู่ระหว่างสร้าง → FCF ↓ → Revenue ค่อยตามมาทีหลัง และตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าจะเริ่มแยกผู้ชนะกับผู้แพ้ได้แล้ว ต่อจากนี้ผมก็จะดูว่า “CapEx $1 ที่จ่ายไป เปลี่ยนกลับมาเป็น Revenue / FCF ได้เร็วแค่ไหน?” เพราะถ้า AI Demand ยังแรง แต่ Cash Flow เริ่มโดนกินกันไปเรื่อยๆ ตลาดจะเริ่มตั้งคำถามว่า “แล้วผลตอบแทนจากเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่กำลังเทลงไป มันจะกลับมาเมื่อไหร่?”
6
259
4
389
47,809
$MRVL กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อซื้อ $LITE !!! 🔥 และอาจจะประกาศได้เร็วสุดวีคหน้าเลย ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง ผมว่า Thesis ที่เราตามเรื่อง Optical มาตลอดมันจะชัดขึ้นอีกเยอะเลย แล้วทำไม $MRVL ถึงอยากได้ $LITE? ผมมองง่ายๆ แบบนี้ $MRVL = ฝั่ง Electrical -> DSP, SerDes, Switch, PHY, CPO $LITE = ฝั่ง Optical -> InP Laser, EML, UHP Laser, Optical Component, OCS ถ้าเอาสองบริษัทมารวมกัน $MRVL มันจะกินตั้งแต่ได้ Electrical → DSP → Optical → Laser เลย โดยเฉพาะตอนที่ AI Cluster กำลังขยับจาก 800G → 1.6T → 3.2T และ Laser เริ่มกลายเป็นสิ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าสนใจคือ 2 บริษัทนี้ไม่ได้เพิ่งรู้จักกันด้วยนะ ปีที่แล้วเคย Demo 450G Optical Interface ด้วยกัน และปีนี้ก็เพิ่งเอา Marvell 1.6T DSP + Lumentum Optical Circuit Switching มา Demo ด้วยกันอีก⁠ เพราะงั้นถ้าดีลเกิดจริง มันกำลังบอกเราว่า -> Optical / Laser สำคัญมากๆ จนบริษัทระดับ $MRVL ถึงขั้นยอมซื้อ Supply Chain เข้ามาไว้กับตัวเองเลย แล้วตรงนี้แหละ ที่ผมว่ามันจะทำให้ $COHR, $AAOI น่าตามขึ้นอีกเหมือนกัน เพราะถ้า $LITE โดนซื้อไปจริง ตลาดจะเหลือ Independent Optical Player ใหญ่ๆ น้อยลง แต่ๆๆ ฝั่ง $MRVL ผมจะรอดูราคาดีลก่อน -> เพราะ $LITE แพงมากๆ แล้ว ละถ้า $MRVL ต้องออกหุ้นเยอะเพื่อซื้อ Dilution ก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน ตอนนี้ยังเป็นแค่รายงานจาก Bloomberg นะครับ ยังไม่มีประกาศ Official แต่ถ้าดีลนี้เกิดจริง… ผมว่ามัน Confirm Thesis Optical รอบนี้แรงมาก AI โต → Data Movement โต → Optical สำคัญขึ้น → Laser กลายเป็น Strategic Asset จนสุดท้ายบริษัทชิปอาจจะเลือก ซื้อคนทำ Laser ไปเลย 555+
7
55
3
117
12,137
$VRT งบออกอย่างโหด หุ้นเลยพุ่ง 13% ตอนนี้ 🔥 -> รายได้ $4.31B โต 61% YoY ชนะคาด $3.76B -> EPS $2.21 ชนะคาด $1.82 -> Orders โต >100% YoY -> Orders โตเร็วกว่ารายได้ แปลว่ายังมีงานรออีกเยอะ -> Guidance 2026 รายได้ $14.65B, EPS $7.15 สูงกว่าที่ตลาดคาดหมด สำหรับใครที่ไม่รู้ $VRT ทำระบบไฟกับ cooling ให้ data center นะครับ ลูกค้าหลักๆ คือ $GOOGL, $MSFT, $NVDA, $AMZN CEO บอกว่านี่คือช่วงสร้าง infra ที่ใหญ่ที่สุด และกำลังเร่งแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งชิปทำงานเยอะขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้ไฟและ cooling มากขึ้น ซึ่ง $VRT อยู่ตรงนั้น
2
87
3
208
13,991
Unimicron บอกว่า ถ้าเทียบปี 2028 กับ 2024 -> CoWoS Capacity จะโต 6.8x -> แต่ IC Substrate Capacity จะโตแค่ ~2x ชิปรุ่นใหม่มันต้องการ Substrate เยอะขึ้น และๆๆ ขนาด Substrate ต่อชิปก็ต้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แปลว่า Capacity เพิ่ม 2x อาจจะยังไม่พอด้วยซ้ำ ตอนนี้เริ่มเห็นของขาดกันแล้ว -> เครื่องจักรบางตัว Lead Time ยาวถึง 30 เดือน -> Material บางตัวอาจจะของขาด 20% ในปี 2027 -> $NVDA ถึงขั้นเอาเงินไปช่วย Supplier จอง/เพิ่ม Capacity ล่วงหน้า แล้วบริษัทที่ผมจะเริ่มตามตอนนี้เลยคือ Unimicron, IBIDEN, Nittobo, Resonac แล้วรอดูต่อว่ามัน connect the dots ไปหาหุ้นในตลาดเมกามั้ย ตอนนี้ก็เจอแล้วตัวนึง เพิ่งดีลกับ $NVDA ไปด้วย
15
48
7,282
เรื่องที่น่ากังวลตอนนี้มาเรื่อยๆ ละ ฟองสบู่เกิดขึ้นแล้ว อยู่ที่ว่าส่วนไหนจะแตกก่อน ตอนนี้มันมีฟองเล็กๆๆๆ เต็มไปหมด เพราะงั้นเราอาจจะต้องมีแผนขายนะครับ ว่าแต่ละ sector เราจะขายเมื่อไหร่ อย่างไร แต่สำหรับผมเอง ผมจะเก็บเงินสดมากขึ้น ไม่ได้จะขายออกหมด แต่มีแผน (timing) ขายแต่ละ sector ไม่เหมือนกัน และผมยังยึดการถือยาวอยู่ ถึงวิกฤตจะมายังไง ผมก็จะลงทุนต่อไปเรื่อยๆ เพราะทุกครั้งที่มันมา มันเละเทะแหละ แต่คนที่ยังอยู่ จนมันกลับมาทำฐานที่แท้จริงของมันได้ นั้นแหละ คนนั้นแหละ จะรอด แต่ก็จะเจ็บตัวแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว ผมเองจะเก็บเงินสดมากขึ้น จากตอนแรกที่คิดไว้ว่าจะเก็บเงินสดไว้ติดพอร์ตตลอดประมาน 20% รอบนี้ผมอาจจะเก็บถึง 50% เลย เอาไว้ใช้ตอน bottom
8
576
3
834
64,113
Random Thought ไวๆ เท่าที่นึกออกตอนนี้ Optics / Laser ขาดยาวไปอีกหลายปี -> $LITE ขายกำลังผลิตหมดไปจนถึงต้นปี 2029 แล้ว ส่วนของ $COHR หมดถึงปี 2027 -> $AAOI ถึงขั้นต้องปฏิเสธ hyperscaler เลย เพราะผลิตให้ไม่ทัน -> Jensen Huang บอกว่า demand ของ optics จะโตราวๆ 15 เท่า -> จีนก็เพิ่มกำลังผลิตจริง แต่ยังไม่ถึงขั้นล้นตลาด Laser ก็กำลังต่ำน่าจะเริ่มคลายตัวราวๆ ปี 2028 ส่วนรุ่นกำลังสูงยังของขาดหนักอยู่ Memory ยังไม่ล้นตลาดง่ายๆ -> Jensen Huang มองว่าไม่ล้นไปจนถึงปี 2029 -> Samsung หาของไว้ถึงปี 2031 และ $GOOGL ทำสัญญาระยะยาวไว้ถึงปี 2035 -> แต่ความเสี่ยงหลักๆ คือ CXMT ของจีนที่ขยายกำลังผลิตเร็วมากๆ ตอนนี้เริ่มมีคนพูดถึงสงครามราคาปี 2029 แล้ว -> มีข่าวว่าความเร็ว HBM4 ถูกปรับลด และใน Q3 Samsung แซง Hynix เรื่องรายได้ HBM ไปแล้ว อันนี้ต้องจับตานะครับ Compute demand ยังมากกว่า Supply ที่มีอยู่ -> AWS เต็มถึงปี 2027 และปี 2028 ก็จองไปเกือบหมดแล้ว -> $SPCX ตั้ง capex ของ Q4 ไว้ $35-40b -> $TSM ก็บอกว่า demand ยังเกินกำลังผลิต Neocloud โดนเทขายหนักสุด -> ล่าสุด Elon บอกว่า Neocloud กว่า 200 เจ้าจะล้ม หรือถูกควบรวม เพราะปัญหาเรื่องหนี้ -> ฝั่ง Bullish เข้าทาง $NBIS ว่าดูดีกว่า Neocloud ตัวอื่นๆ และต้นทุนดอกเบี้ยจริงๆ ของ $CRWV อยู่ราวๆ 8.4% ไม่ใช่ 15% แบบที่ลือกัน แล้วทำไมหุ้นถึงร่วงแรงขนาดนี้? -> แรงเทขายช่วงตุลาส่วนนึงมักจะมาจากการปรับพอร์ตของ hedge fund ซึ่งขาดทุนพร้อมกันเป็นครั้งแรกนับจาก Covid นู้นเลย -> แล้ว short มันไปกระจุกอยู่ใน memory, photonics, neocloud ซึ่งอาจจะนำไปสู่ short squeeze ได้
4
80
186
17,868
หิวเงินจัดๆ ตอนนี้ Anthropic ยื่น IPO แล้ว!!! > ยื่น S-1 กับ SEC แล้ว จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อ $ANT > ยังไม่กำหนดจำนวนหุ้นและราคา > คนขายคือ Goldman Sachs กับ Morgan Stanley > นี่อาจจะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เลย > มูลค่าราวๆ $1.5T ตัวเลขใน Filling > ครึ่งปีแรก 2026 ขาดทุน $80.7b > Dario กับกลุ่ม Founder ยังคุมสิทธิ์โหวตไว้ > ตอนนี้ demand ของดีลนี้น่าจะแรงเอาเรื่อง แต่ตัวเลขขาดทุน คือสิ่งที่ตลาดจะจับตามากขึ้นแน่นอน (แล้วยิ่งเข้าตลาดแล้ว มันจะเห็นตัวเลขง่ายขึ้น) สุดท้ายนี้ ถ้า IPO ถ้าจะซื้อก็ตัดสินใจกันดีๆ นะครับ อย่าซื้อตามใคร เงินใครเงินมัน ทำการบ้านเอง 🔥
2
81
1
147
14,850
ที่ป๋าบอกว่า Neocloud ส่วนมากจะตายอะ ผมเชื่อป๋านะ ผมเลยมีหุ้น Neocloud ในพอร์ตแค่ตัวเดียว เมื่อก่อนเคยมี $IREN แต่ทำ ATM จน Dillute หุ้นถือหุ้นเลยออกตั้งแต่ $44 แล้ว ส่วน $CRWV ก็มีหนี้ $ 35b เทียบกับ Revenue Backlog $104b (สิ้น Q2 2026) แต่บริษัทก็บอกว่าหนี้ส่วนใหญ่ผูกกับสัญญาลูกค้าระยะยาว $NBIS เพิ่งได้วงเงินกู้ $35b จาก Citi ซึ่งแสดงว่าตลาดสินเชื่อไม่ได้ปิดสนิทสำหรับทุกบริษัท ผมเคยพูดแล้วนะว่า Credit crisis มันมาแน่ อยู่ที่ว่ามันจะแตกที่ใครก่อน ใครที่มีรายได้ชัดเจนก็รอดตัวไป แต่ถ้าใครมีรายได้ยังน้อย แล้วจะวิ่งไปกู้เงินธนาคาร บอกเลยว่าธนาคารจะให้กู้ยากมากๆ แล้วถ้าจะทำ ATM เพื่อระดมทุน ก็อย่าหวังว่าผู้ถือหุ้นจะยอมถือหุ้นแล้วโดน Dillute ไปเรื่อยๆ แม่งมีเทขายกันแน่ๆ
Replying to @chamath
Pretty much. As of the past few weeks, debt markets have almost entirely shut off access to money for any company that doesn’t have substantial revenue independent of AI data centers. SpaceX closed $40B of debt for GPUs, but we’re investment grade and have Starlink & launch revenue. That means the 200+ neoclouds are going to see guppy-level death and consolidation. Some will make it through, but not many.
6
74
1
168
26,559
$MU รายได้โต 379% Gross Margin 87% แต่ทำไมหุ้นยังโดนเทขายยับ??? คืองี้ครับ ตลาดไม่ได้กลัวงบหรอก งบ Q4 FY26 มันออกมาโคตรโหด!!! -> รายได้ $54.23B จาก $11.32B ปีก่อน (+379% YoY)
-> Non-GAAP Gross Margin 87.0% จาก 45.7% ปีก่อน
-> Guidance ไตรมาสหน้าราวๆ $61.5B ชนะที่ตลาดคาดอีก สิ่งที่ตลาดกลัวจริงๆ คือ "วัฏจักร Memory" ย้อนไป FY2023 แค่ 3 ปีก่อนเอง
-> รายได้ $MU ร่วงเหลือ $15.54B (-49% YoY)
-> Gross Margin ติดลบ -9.1% คือขายของต่ำกว่าต้นทุน
-> ราคาเฉลี่ย DRAM ลงราวๆ 40 กลางๆ ถึงปลายๆ % ส่วน NAND ลงราวๆ 50 ต้นๆ % เพราะงั้นทุกครั้งที่มีข่าว Supply ใหม่ อย่าง CXMT หรือ Toshiba เพิ่ม Capacity ตลาดก็จะตกใจ แต่ผมมองว่ารอบนี้ไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่ -> เพราะ Big Tech เริ่มล็อกสัญญายาว (LTA) ตามที่ TrendForce บอก AI ทั้ง Training, Inference และ Agentic ใช้ Memory คนละแบบกัน -> HBM ไม่ใช่ของ Commodity ผลิตง่ายๆ แบบ DRAM ยุคก่อนๆ ผมไม่ได้บอกว่าวัฏจักรจะหายไป วัฏจักรยังอยู่แน่นอน แต่หุ้นลงแรง ≠ Demand หาย ผมเลยอยากให้ใจเย็นๆ แล้วดูตัวเลขจริงทุก Q ไม่ใช่ดูแค่ข่าวรายวัน
 ถ้า Margin กับ Order ยังไม่หด ผมก็ยังถือต่อยาวๆ 🙂
2
33
114
11,435
ตอนนี้คำว่า Generative ai จะเริ่มหายไปเรื่อยๆ แล้ว เพราะ Ai คิดเองเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งคิดแทนคนไปแล้ว ปี 2027 เราจะเห็นคำว่า Agentic Ai แทน เพราะการทำงานแทนคนจะมากขึ้นเรื่อยๆ และคนที่รอดคือ Ai native คนที่ลองทุก Ai product จนเข้าใจการทำงาน จนรู้ว่ามันทำอะไรได้ จนเอามาเพิ่ม productivity ให้งานได้ ไม่ใช่แชทกับ Ai คนที่จะไม่รอด และจะโดนทดแทน (ด้วยคนที่ใช้ Ai) คือกลุ่มคนที่ไม่เปิดใจลองสิ่งใหม่ๆ ทั้งๆ ที่หลานๆ อย่างมันง่ายขึ้นมากๆ ก่อนหน้านี้คนที่อยากสร้าง sub agent หรืออยากมี Ai คิด, ทำงาน แทนเราได้ 24/7 ยังต้องมี mac mini หรือ ต่อ vps ให้มันออนไลน์ตลอดเวลา ท่ายากมากๆ แต่ตอนนี้ไม่ต้องไปท่ายากขนาดนั้นแล้ว แค่ใช้ GrokBot, Dots มันก็ตอบโจทย์มากๆ แล้ว สิ่งที่ควรลองมากๆ อีกอย่างคือ Ai coding พยายามทำตัวเองให้เป็น builder ไม่ใช่ users สร้างระบบ สร้าง product สร้างอะไรก็ได้ ที่อยากสร้าง และเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์การสร้าง เอามาต่อยอดได้อีกเยอะ มีอะไรใหม่ๆ มา ลองให้หมดครับ ทุกวันนี้มันไว สูตรของผมคือ ถ้าต้องจ่ายเงิน ผมจะไม่อัดแบบ package 1 ปี เพราะแค่ 1 เดือน เราก็เรียนรู้กับมันได้เยอะมากๆ แล้ว ถ้าติดใจค่อยต่อเป็นรายปี อีกอย่างคือ ตอนนี้ product ตัวใหม่ๆ ออกมาเยอะมากๆ เรา switch ไปลองตัวใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ขอแค่เก็บ data เป็น markdown ไว้จะได้โยกไปใช้ง่ายๆ อย่างผมจะเก็บไว้ใน obsidian จัดการง่าย แต่ลายตาหน่อย System ของผมตอนนี้ ผมแทบไม่ต้องวิ่งไปอ่านข่าว อ่านเอกสาร อะไรให้เหนื่อยแล้ว เพราะผมมี Ai คอยคัดให้ พวก primary source สำคัญๆ ก็มี Ai ค้นมาให้อ่าน อะไรผิดปกติในตลาด มันก็ส่งมาให้ สบายขึ้นเยอะครับ ยุคนี้ความฉลาดอยู่ในอากาศ อยู่ที่ว่าคุณจะคว้ามันไว้ได้มั้ย? 🤭 แต่ๆๆ อย่าใช้ Ai มากเกินไปจนไม่คิดเองนะครับ แบบนั้นสมองฝ่อแน่นอน ยังไงอยากแตกต่าง อยากหาเงิน ให้ได้มากกว่าชาวบ้าน คุณก็ต้องขยันกว่า เก่งกว่า อยู่จุดสูงสุดของสายงาน ไม่งั้นรอดยาก...
1
128
2
276
19,651
$AMZN AWS ขาย Capacity ปี 2027 หมดเกลี้ยง!!… แบบนี้ Bullish น้อง Stablecoin ของเพื่อนๆ มันก็เอาเรื่องเหมือนกันน้าาา 🤣 แล้วความครบของ $AMZN คือมันมีทั้ง Compute, Storage, Networking, Database แล้วตอนนี้ก็มี Trainium + AI Infra ของตัวเองอีกเพียบ เพราะงั้นถ้า Capacity ใหม่เปิดมาแล้วมีลูกค้ารอใช้หมด Capacity ↑ → Usage ↑ → Revenue ↑ คำถามคือ AWS จะสร้าง Capacity เพิ่มทัน Demand แค่ไหน? น่าสนใจจัดๆ
JUST IN: Amazon CEO Andy Jassy reveals AWS cloud computing capacity is sold out through 2027 amid surging AI demand.
1
24
82
6,034