Digital & Ecommercer | Career & Job Counseling 💻 มีปัญหาเรื่องงาน ลองทักมาคุยกันได้

Bangkok , Thailand
Joined September 2009
วันนี้ทดลอง แพกเกจ ให้คำปรึกษาเรื่องงาน (ตามปกติ) แต่ + ดูดวงใช้โหราศาสตร์ไทย (เฉพาะเรื่องงาน) ช่วยดูเสริม และกำหนดทิศทาง ใช้เวลา ชั่วโมงครึ่ง เหนื่อยเอาเรื่องนะ 555 รอลูกค้าครบ 200 คน จะ เพิ่มแพ็กเกจนี้ละ ใครสนใจปรึกษาเรื่องงานทักมาได้ครับ ตามนี้ fastwork.co/byob/ztGWZaDfda?…
3
7
14
4,089
มาเล่าประสบการณ์จริงในการต่อรองเงินเดือน โดยการใช้ Template ด้านล่างนี้ ขอไม่เปิดชื่อบริษัทและเรื่องนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ตัวเลขที่อยู่ในตารางนี้ แค่ปัดให้กลมๆ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับของจริง และแน่นอน เลขนี้ ไม่ใช้ Final Offer ที่ผมได้ เป็นแค่ตัวเลข ตั้งต้นตอนแรกที่ใช้ต่อรอง ไฟล์นี้ทำหลายเวอร์ชั่นเพราะต้องส่งไปมากับ HR ผมหยิบ v.2 มา เริ่มตั้งแต่มี Offer มาเรียกผมไปสัมภาษณ์ ผมแจ้งตัวเลขที่คาดหวังไว้มากกว่าที่เขา Offer มา พอสัมภาษณ์ Final หมดแล้ว ผมก็แจกแจงรายละเอียดทุกอย่างลงตาราง พร้อมกับต่อรองทีละหัวข้อ เริ่มจากฐานเงินเดือน บ.ปัจจุบันมี Fix โบนัส 1 เดือน และเรียกมันว่าเป็น 13 month salary โดยใช้คำนวณ โบนัสรายปีด้วย ดังนั้นเลยเอามารวมเป็นฐานเงินเดือนได้ และเมื่อเทียบกับ Offer ที่ได้คือ +12% ต่อมาในหมวด allowance บ.ปัจจุบันไม่มีค่าเดินทางให้ เพราะผมไม่ใช่เซล แต่จะได้ค่าโทรศัพท์ (ทุกการเดินทาง Biz Trip เบิกค่าใช้จ่ายตามจริง) โดยการต่อรองรอบแรก บ.ใหม่มีให้แค่ โทรศัพท์บริษัท ไม่จ่ายเป็นเงินให้ แล้วก็ไม่มีค่าเดินทาง แต่ผมต่อรองไปว่า ปกติ Work From Home ได้ 3 วัน แล้วเอาเข้าจริง หัวหน้าผมให้ Flexible กว่าเพราะเป็น Regional ไม่ต้องเข้าออฟฟิตบ่อยๆ ได้ แต่ บ.ใหม่ ให้ WFH วันเดียว งั้นผมขอค่าเดินทาง ก็เจรจา จนได้มา ในส่วนของโบนัส ตรงนี้ บ.ปัจจุบัน ให้เป็น % x ผลประกอบการ x ผลการประเมิน x เงินเดือนทั้งปี(13เดือน) ดังนั้นตอนคำนวณลงไปผมคิด minimum เอาแค่ % มาคิด ไม่เอาผลประกอบการกับผลการประเมินมา ส่วน บ.ใหม่ ไม่ได้คิดซับซ้อนอะไร แต่ให้เป็นเลขกลมๆ มาว่าปกติ ที่จ่ายมีตั้งแต่ 2-4 เดือน จุดนี้ต้องระวัง ถ้าเอาเลขมากสุดไปคำนวณ มันจะเป็นภาพลวงตามาก เพราะอย่าลืม โบนัส มันตามผลประกอบการ ถ้าไม่ดี ไม่จ่าย ไม่มีเขียนในสัญญา ดังนั้นผมใช้ เลขน้อยสุด ถือว่าเป็น Worse Case Scenario มาคิด ซึ่งเอาจริงๆ ควรเป็น 0 ด้วยซ้ำ อ่อลืมบอก บ.ปัจจุบัน เขียนวิธีคำนวณโบนัสไว้ในสัญญาจ้างด้วยนะ ดังนั้นแปลว่า ยังไง มันก็ต้องได้ 18% ตามสูตร เพียงแต่ว่าถ้า performance บ.เรา หรือ ตัวเราแย่ ก็อาจจะได้ลดหลั่นลงไป พอคำนวนมาถึงตรงนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้่นคือ +14% ซึ่งเอาจริงๆ ผมเรียกไป +20% นะ แปลว่ายังห่างอยู่ ก็ต้องมาดู รายการอื่นๆ ซึ่งก็เรียกมันว่าเป็น Other benefit ละกัน หลักๆ เลยคือ ประกันสุขภาพกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ วันลา และ นโยบาย Work From Home อะไรที่เป็นตัวเลข แปลงเป็นเงินได้ เอามาคำนวณได้เลย จริงๆ ผมแปลงวันลา มาเป็นเงินด้วย แต่อยู่ในอีก version นึง สุดท้ายในการต่อรองเงินเดือน มันไม่ใช่ การพูดประโยคคมๆ หรืออะไรพวกนั้น แต่มันคือการแจกแจงสิ่งที่เราควรจะได้ หรืออะไรที่เราเสียไป แล้วต้องการมันกลับมาโดยแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่บริษัทให้ได้ ต่างหาก ส่วนผลลัพธ์ว่าการเจรจานี้ไปจบตรงไหน ผมก็ตอบได้ว่า ก็ได้ตามที่ผมเรียกไปคือ +20% ของ Total Package และที่เจ็บที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น แค่คือภาษีเงินได้ปีนั้น ที่โคตรจะเจ็บเลย ปล. บริษัททั้งสองเป็นบริษัทข้ามชาติที่อยู่ในไทย ดังนั้นค่าต่างๆ มักจะมีวิธีการไม่ต่างกันมากนัก แต่ถ้าใช้กับบริษัทไทยแท้ หลายอย่างอาจจะไม่มี ก็ต้องปรับๆ กันไปครับ
เห็นโพสเรื่องต่อรองเงินเดือนแว๊บๆ เลยเอามาเขียนเล่าต่อ เรื่องต่อรองเงินเดือนซักหน่อย ส่วนตัวผมจะแนะนำให้รับ Offer ก็ต่อเมื่อ ได้ "Total Package ขั้นต่ำ 15% ขึ้นไป" ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ Total Package ได้แก่ เงินเดือน/Commission/Incentive/โบนัส ทั้ง Fixed และ Variable /สวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน แนะนำแจกแจงลง Excel แล้วคำนวณดูครับ เอาพวกนี้มา x12 คำนวณว่าใน 1 ปี รวมแล้ว เราได้เท่าไหร่ เทียบกับบริษัทเดิม ควรจะได้เกิน 15% ขึ้นไป นั้นคือ "ค่าความเสี่ยงของการปรับตัว" ไปทำงานในบริษัทใหม่ เพราะค่าความเสี่ยงนี้ ต้องให้คุ้มค่า กับการปรับตัว ไม่ว่าจะ หัวหน้า งาน สังคม บริษัท ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่ใช่ตัวเลข 15% นี้ ก็แล้วแต่ว่าจะตั้งเท่าไหร่ ส่วนตัวผมขอ 20% ยืนพื้นแล้วค่อยต่อรอง เวลาเรียกตัวเลขตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ ผมจะส่ง Package ปัจจุบันให้ดู แล้วบอกว่า ขอ Total Package +20% ให้ทั้ง รีครูทหรือ HR ถ้ารับได้ก็ค่อยเรียกสัมภาษณ์ แต่ก็จะบอกว่า ต่อรองได้นะ ในใจเราก็มีเบสอยู่ อย่าต่อแค่เงินเดือน ต้องแจกแจงด้วย ว่ามีสวัสดิการอะไรบ้าง เด็กจบใหม่ หรือคนไม่รู้ อาจจะดีใจ เงินเดือน +40% แต่ benefit อื่นๆ หายไป สุดท้าย Total Package อาจจะแค่ +10% ก็ได้ลองดูตัวอย่างครับ เช็คดีๆ ครับ
1
247
4
491
13,426
ลุงน. มนุษย์เงินเดือนวัย๓๘ retweeted
ตอนเพิ่งเข้างานแรกเราก็คิดว่าเงินเดือนคือตัวเลขเดียวที่ต้องสู้ จนมีรุ่นพี่บอกให้ลองถามเรื่องประกัน โบนัส วันลารวมกันด้วย พอกางออกมาจริงๆ มูลค่ารวมต่างจากที่คิดไว้เยอะมาก
วิธีต่อรองเงินเดือนเลยคือ ลิสรายละเอียดออกมา ว่าต้องการ total package เท่าไหร่ ถ้ามัวแต่บอก เงินเดือน มันคือแค่ ฐานเงินเดือน ซึ่ง first jobber ไม่รู้ มักโดน HR บางที่เอาเปรียบ แนะนำคุยที่ total pack not base salary
2
126
160
7,290
ทำไมเราต้องฝึกสร้างภาพ และนำเสนอให้เป็น นี่คือตัวอย่างที่ชัดมาก ในโลกการนทำงาน หลายคน แค่ขายไข่ คือทำเรื่องเบสิก ธรรมดา พื้นๆ ที่คิดว่าใครๆ ก็ทำ แต่หากอยากเติบโต ก้าวหน้า การนำเสนอ ที่สร้างภาพให้เห็นชัดว่า เราไม่ได้ขายแค่ไข่ แต่มันเป็นการกระจายแหล่งโปรตีน ไปสู่ธุรกิจต่างๆ เพื่อเป็นวัตถุดิบ มันฟังดูยิ่งใหญ่ มีคุณค่าขึ้นมาทันที อีกตัวอย่างที่น่าจะเคยได้ยินคือ ถ้าคุณขายกล้องวงจรปิด มันก็เป็นได้แค่นั้น แต่พลิกอีกมุมนำเสนอว่า คุณทำธุรกิจสร้างระบบรักษาความปลอดภัย มันก็คืออีกเรื่องเลย หลายคนที่เติบโตในบริษัทการทำงาน มันก็ไม่ได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่มากหรอก แต่เขาสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ทำ ให้เข้ากับปัญหาหรือสิ่งที่บริษัท ทีม มองหาได้ต่างหาก เวลาไถ Feed เจอมีมพวกนี้เหมือนจะตลกเสร่อๆ แต่มันแฝงด้วยอะไรหลายอย่างให้คิดต่ออีกเยอะเลยครับ
2
466
3
682
16,699
ก่อนอื่นคุณต้องยอมรับให้ได้ว่า "ไม่มีทางที่ทุกคนจะชอบคุณ หรือเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด" ตราบใดที่คุณมีบางอย่างจะพูด นั่น หมายความว่าต้องมีสักคนที่ไม่เห็นด้วย ต่อให้คุณจะพูดว่าโลกกลม ก็ต้องมีสักคนที่ไม่เห็นด้วย ถ้าโชคร้ายหน่อยก็อาจมีบางคนไม่พอใจ กับสิ่งที่คุณพูดด้วยซ้ำ
6
11
773
วิธีต่อรองเงินเดือนเลยคือ ลิสรายละเอียดออกมา ว่าต้องการ total package เท่าไหร่ ถ้ามัวแต่บอก เงินเดือน มันคือแค่ ฐานเงินเดือน ซึ่ง first jobber ไม่รู้ มักโดน HR บางที่เอาเปรียบ แนะนำคุยที่ total pack not base salary
เห็นโพสเรื่องต่อรองเงินเดือนแว๊บๆ เลยเอามาเขียนเล่าต่อ เรื่องต่อรองเงินเดือนซักหน่อย ส่วนตัวผมจะแนะนำให้รับ Offer ก็ต่อเมื่อ ได้ "Total Package ขั้นต่ำ 15% ขึ้นไป" ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ Total Package ได้แก่ เงินเดือน/Commission/Incentive/โบนัส ทั้ง Fixed และ Variable /สวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน แนะนำแจกแจงลง Excel แล้วคำนวณดูครับ เอาพวกนี้มา x12 คำนวณว่าใน 1 ปี รวมแล้ว เราได้เท่าไหร่ เทียบกับบริษัทเดิม ควรจะได้เกิน 15% ขึ้นไป นั้นคือ "ค่าความเสี่ยงของการปรับตัว" ไปทำงานในบริษัทใหม่ เพราะค่าความเสี่ยงนี้ ต้องให้คุ้มค่า กับการปรับตัว ไม่ว่าจะ หัวหน้า งาน สังคม บริษัท ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่ใช่ตัวเลข 15% นี้ ก็แล้วแต่ว่าจะตั้งเท่าไหร่ ส่วนตัวผมขอ 20% ยืนพื้นแล้วค่อยต่อรอง เวลาเรียกตัวเลขตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ ผมจะส่ง Package ปัจจุบันให้ดู แล้วบอกว่า ขอ Total Package +20% ให้ทั้ง รีครูทหรือ HR ถ้ารับได้ก็ค่อยเรียกสัมภาษณ์ แต่ก็จะบอกว่า ต่อรองได้นะ ในใจเราก็มีเบสอยู่ อย่าต่อแค่เงินเดือน ต้องแจกแจงด้วย ว่ามีสวัสดิการอะไรบ้าง เด็กจบใหม่ หรือคนไม่รู้ อาจจะดีใจ เงินเดือน +40% แต่ benefit อื่นๆ หายไป สุดท้าย Total Package อาจจะแค่ +10% ก็ได้ลองดูตัวอย่างครับ เช็คดีๆ ครับ
2
2,541
8
2,977
104,549
ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนเรียนมหาลัยได้ สิ่งแรกที่จะทำเลยคือ เปิดโลกตัวเองให้ได้มากสุด อยากลองอะไร ลอง อยากทำไร ทำ อยากเรียนไร เรียน ทำกิจกรรม เข้าสังคม ไม่ต้องสนใจพวกเกรทให้มากนัก ไอ้ที่คนแก่ที่พูดว่าให้โฟกัสการเรียนอย่างเดียวเนี่ย ปิดหูปิดตาข้างนึงบ้าง ชีวิตมันยังมีอะไรอีกเยอะ
3
1
14
500
ตอนปรับเป็น mgr ครั้งแรก คือจำได้ไม่ลืม เพราะต้องมาเป็นหัวหน้า ของเพื่อนร่วมงานที่อายุเท่ากัน ทำงานด้วยกันมา เกือบ 2 ปี แล้วหัวหน้า reorg แบ่งทีม คือแรกๆ ก็ไม่กล้าสั่งงาน เพราะเป็นเพื่อน เลยคุยกันว่า พวกเราก็ทำงานกันปกติละกัน กูจะไม่สั่งอะไรมึง ทำตาม JD แบ่ง scope กันให้ชัด รับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ถ้าจะชน หรือหัวหน้ามีอะไร กูจัดการออกหน้าให้เอง คิดซะว่า กูก็คือเพื่อนในทีมของมึงแบบเดิมแหละ แค่มีไร ติดตรงไหนก็มาบอกกูละกัน ก็เป็นแบบนี้ไปอีกปีสองปีจนผมหางานใหม่ได้แล้วลาออกไปนะ บทเรียนคือ ถ้าเราถอดหัวโขน ออก เราก็คือคนปกติ หัวหน้าคือคนมีหน้าที่นึง แค่นั้น ทุกวันนี้ก็ยังติดสไตล์แบบนี้ ยึงตอนดูแลทีมใหญ่ๆ รู้สึกเป็นกันเองมากกว่าด้วย
ใครมีปสก.ถูกโปรโมต หรือย้ายงานไปในตำแหน่งที่สูงขึ้นบ้างคะ อยากรู้ว่าช่วงแรกปรับตัวกันยังไง ทั้งการบริหารคน การวางแผนงาน และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดหลังขึ้นตำแหน่ง? มาแชร์กันค่ะ
2
318
4
260
42,798
การเติบโตก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง อย่างการเปลี่ยนวิธีการต่างๆ แบบนี้ ชัดเจนเลย คือในตำแหน่งบริหาร มันไม่ใช่การทำงานตัวเองให้ดีให้จบ แต่มันรือการทำงานกับคนอื่น ให้คนอื่นร่วม project กับเราจนเสร็จ ดังนั้นต่อให้เราเก่งแค่ไหนก็แบกไม่ไหว ต้องทำให้คนอื่นเก่งขึ้นและไปพร้อมๆ กัน
ตอนเข้ามาทำงานที่ปัจจุบัน เริ่มจากตำแหน่ง Manager พอทำครบปีได้รับโปรโมตเป็น Assistant Regional Director ซึ่งค่อนข้างเร็วกว่าที่คิด และมีหลายเรื่องที่ต้องปรับตัว เอาที่ชัดๆ เลยคือ 1. จากคนที่เคยทำงานเก่งด้วยตัวเอง ต้องเปลี่ยนมาเป็นคนที่ทำให้คนอื่นเก่งด้วย เพราะความสำเร็จไม่ได้วัดจากผลงานของเราแค่คนเดียวแล้ว แต่รวมถึงผลงานของทั้งทีมด้วย 2. ต้องหัดปล่อยให้คนอื่นทำงานในแบบของเขา บางเรื่องรู้ว่าถ้าทำเองจะเร็วกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนอื่นอาจมีวิธีทำงานที่ต่างจากเรา และไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามวิธีของเราเสมอไป 3. ต้องรับผิดชอบแม้กระทั่งความผิดพลาดที่เราไม่ได้เป็นคนทำเอง เวลาลูกทีมทำพลาด เราก็ต้องเป็นคนรับหน้า อธิบายกับผู้บริหาร และหาทางแก้ไข 4. ไม่สามารถเป็นเพื่อนกับทุกคนได้เหมือนเดิม บางเรื่องต้องเก็บเป็นความลับ บางครั้งต้องให้ Feedback ที่อีกฝ่ายไม่อยากฟัง และบางการตัดสินใจก็อาจทำให้คนที่เคยสนิทไม่พอใจ 5. ต้องรับมือกับสายตาและความคาดหวังของคนรอบข้างมากขึ้น เพราะการโปรโมตครั้งนี้ทำให้เราได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเราหลายคน การวางตัวเลยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขึ้น ต้องระวังทั้งคำพูด การตัดสินใจ และการรักษาความสัมพันธ์กับคนที่เคยทำงานร่วมกัน จนถึงตอนนี้ก็ยัง Learn on the go อยู่เหมือนกันค่ะ เจอสถานการณ์ใหม่ๆ ก็เรียนรู้และปรับตัวกันไปทุกวัน ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย 😄
12
21
1,060
เปิดมุมมองไรเดอร์ ดีครับ ว่าเบื้องหลัง ระบบนั้น มัน ยุติธรรม หรือ เป็นธรรม กับไรเดอร์มั๊ย ไม่มีคำตอบ แต่ต้องคิดพิจารณาเองครับ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ลองดูครับ youtu.be/42T6inw-0wg?si=tS1Y…
1
339
เห็นด้วยกับวิธีนี้มากๆ และผมก็เป็นหนึ่งคนที่เลือกวิธีนี้ ช่วง 25-30 นี่ลงทุนทำงานหนักในสายงานมากๆ จนมีผลงานได้โปรโมทจนเงินเดือนสูง ตำแหน่งสูง มีผลงาน พอช่วง 30 ต้นๆ Offer มาเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นช่วงพีคเลย ส่วนตอนนี้ก็เบาลงมาแต่เหมือนติดลมบน ยืนระยะได้ ถือเป็นช่วงกอบโกยได้ยาวๆ
ยอมอดทน 5 ปี ไม่ต้องมี work life balance ทำงานให้เต็มที่ เรียนทักษะทุกอย่างทั้งที่เกี่ยวข้องกับสายงานและ trend ของโลก ออกแบบ skill set ให้เป็น T shape มีความกว้างระดับนึง แต่ควรมี 1-3 ทักษะที่ลึกระดับที่เวลาเราทำสิ่งนั้น มั่นใจได้ว่าเราคือ to 10% ของตลาด Avg productive time ต่อวันซัก 10-12 ชั่วโมง ทุกวัน เหนื่อยมากแน่ๆ แต่จะเก่งเกินคนอื่นตอนอายุ 27-28 ถึงเวลานั้นเอาทักษะที่สูงกว่าไปเริ่มหา connection หาช่องทางต่อ เราจะโดดเด่นกว่าคนอายุเท่ากัน แล้วพอช่วง prime ของอาชีพประมาณ 30 จะไปไกลจัดๆ เลย
494
2
697
21,442
เหมือนคนที่รกำลังจะตัดสินใจย้ายงานอ่ะ พวกไม่มีความสุขกับงาน คือ อยู่ที่เดิม แย่ 100% แน่ๆ แต่ถ้าย้ายไปที่ใหม่ มันมีความน่าจะเป็น 50:50 ไง อย่างน้อยก็มีโอกาสแย่แค่ครึ่งเดียว เพราะอยู่ที่เดิม แย่ 100% ส่วนอีกครึ่งถ้าโชคดี ก็อาจจะดี.. ถ้าแย่ก็แค่หาใหม่
ประโยคนี้ไม่เกินจริงค่ะ
919
4
663
20,413
แค่วันหยุดไม่ต้องคิดเรื่องงานได้ นี่สุขถาพจิตก็ดีขึ้นแล้วจริงๆ นะ 🤣
1
311
✨ดวงเรื่องงาน ของคนลัคนาธนู (โหราศาสตร์ไทย) ดาวพุธ (ดาวการงานของคนลัคนาธนู) จรอยู่ราศีตุล เป็นภพ ลาภะ มาตรฐานอยู่ระดับปกติ และตอนนี้กำลังพักร (เคลื่อนที่ถอยหลัง) งานจะออกผลเป็นรายได้ จะได้ลูกค้าและได้เครือข่าย คอนเนกชัน ทีม และกลุ่มคนจะสำคัญกว่าทำงานคนเดียว ดาวที่สัมพันธ์ และ ผลกับงาน ศุกร์ (ตุล เกษตร)กุม - ดี งานเจรจา ลูกค้า งานออกแบบหรืองานที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ไปได้ดี ศุกร์กับพุธเป็นคู่ธาตุ อาทิตย์ (ตุล นิจ)กุม - ไม่ดี หัวหน้าหรือผู้ใหญ่ไม่ค่อยหนุน ผลงานอาจไม่ได้เครดิต และไม่ควรปะทะกับคนมีอำนาจ เกตุ (ตุล)กุม - มีเรื่องสับสน หรือเรื่องที่คาดไม่ถึงเข้ามา พฤหัส (สิงห์ ภพ 9)โยคหลัง - ดี ได้ผู้ใหญ่ ครู หรือที่ปรึกษาหนุน ความรู้นำไปใช้ทำเงินได้ ราหู (กุมภ์ ภพ 3)ตรีโกณ - ระวัง พุธกับราหูเป็นคู่ศัตรู จึงมีโอกาสเกิดข่าวลือ สื่อสารผิด หรือสัญญามีจุดแอบแฝง ผลนี้หมดเมื่อราหูย้ายเข้ามังกรวันที่ 22 พ.ย. ข้อควรระวัง: พุธพักรถึง 31 ต.ค. เอกสาร อีเมล และนัดหมายมักผิดพลาด ช่วงนี้เหมาะกับการตามงานเก่าและแก้งานมากกว่าเปิดงานใหม่ ภพกัมมะ (กันย์) ตอนนี้ไม่มีดาวจรสถิต น้ำหนักการพยากรณ์จึงตกอยู่ที่พุธเจ้าเรือนเต็ม ๆ เสาร์จรในมีน (ภพ 4) เล็งภพกัมมะอยู่ ทำให้งานหนัก ช้า และต้องอดทน เรื่องที่ทำงานหรือบ้านกระทบงาน เพราะเสาร์จะอยู่มีนถึงเม.ย. 2571 สรุปลัคนาธนูเดือนนี้ งานได้เงินจากลูกค้าและเครือข่าย ได้ผู้ใหญ่ด้านความรู้หนุน หัวหน้าโดยตรงไม่ค่อยเข้าข้าง และงานเดินช้าเพราะเสาร์เล็ง หลังพุธเดินหน้า 31 ต.ค. งานจะคล่องขึ้น และหลังราหูย้าย 22 พ.ย. เรื่องข่าวลือจะเบาลง ช่วงต่อไปที่ควรดู - 1 ธ.ค. พุธเข้าพิจิก (ภพ 12) งานจะเป็นงานเบื้องหลัง และควรระวังรายจ่ายจากงาน - 18 ธ.ค. พุธเข้าธนู ซึ่งเป็นราศีลัคนาแต่เป็นประของพุธ ต้องลงมือเองมาก
1
1
2
882
ก็ต้องยอมรับสภาพประเทศเราตอนนี้ มันส่งผลต่อตลาด การจ้างงาน ตลาดงานมากๆ การหางานประจำยุคนี้ ไม่เหมือน 5 ปีก่อนแล้ว ที่คิดว่าจะหาง่าย ใช้เวลาสั้นๆ นี่เตรียมใจเลย ทางรอดที่พอจะใช้กับสภาพปัจจุบันคือ 1 เริ่มหางานก่อนจะลาออก 2 สมัคร สัมภาษณ์งานไปเรื่อยๆ จะ2-3 เดือนก็อาจจะมี หรือนานกว่านั้น 3 ในระหว่างดี ประเมินสภาพตลาดงาน ดูว่าเรายังมี gap ตรงไหน เติมด่วน หากเติมได้จาก การทำงานปัจจุบันได้ยิ่งดี 4 รอจนเซ็นสัญญาจ้างแล้วค่อยมาลาออก
1
315
1
241
16,794
ผมก็แนะนำแบบนี้นะ คือมันต้องเลือกเล่นให้ถูกสนาม ถูกจริตกับตัวเอง แต่คนส่วนใหญ่คิดเข้าข้างตัวเอง มารู้ตัวตอนทำมาได้ 10ปี+ แล้วมันย้อนกลับไปไม่ได้แล้วอ่ะ..
เราย้ำกับน้องจบใหม่ตลอดว่า ถ้าเป็นคนสบาย ๆ ไม่หวือหวา รักการมีรายได้คงที่ เป็นเป็ด ยังไงราชการดีที่สุด เพราะเงินเดือนแตะ 50K แน่ ๆ แต่ถ้าคุณไปเอกชนด้วยความสามารถแค่นี้ อาจจะ 20K ยาวววววว แถมเสี่ยงโดนไล่ออกตลอดเวลาการทำงาน
1
4,406
12
3,618
243,860
ทุกวันนี้เจอ deck ที่ gen โดย AI มาใช้ pitching งาน เยอะมากแบบ 90% ทั้งคนในบริษัท ไปยัน agency ข้างนอก เอาจริงมันก็ดีนะ แต่อีกมุมส่วนใหญ่เกินครึ่ง มันดูชุ่ยไปหน่อย รู้แหละ เร็ว แต่สุดท้ายพวกผู้บ. ที่เรื่องมาก ละเอียดๆ ไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ ส่วนตัวก็แอบไม่ชอบในความลวกๆ
1
1
284
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า เหตุผลของการลาออก เกือบทั้งหมดคือเป็นเพราะ"หัวหน้า" ถ้าวันนึงเราเป็นหัวหน้าแล้ว ทำไมเรายังไม่คิดถึงตอนที่เราเจอหัวหน้าแย่ๆ บ้าง อย่างน้อยๆ เราไม่ชอบแบบไหนก็อย่าไปทำแบบนั้นกับคนอื่น แต่เชื่อเถอะ มันมีจริง คนที่พอได้เป็นหัวหน้า เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนจริง
1
6
542
เดินห้าง ผ่านร้านเสื้อผ้า live ขายกันแบบเรียลๆ มีทีมงาน 4-5 ซัพพอร์ท เอาจริงคนทำสาย ecommerce ยุคเก่าแบบผม ให้มาทำเรื่องพวกนี้ มันก็ยากพอสมควรจริงๆ แต่เด็กๆ รุ่นใหม่เขาจัดการได้ดูเหมือนเป็นปกติมาก ทั้งฝั่งคนไลฟ์ คนดูระบบ แอบยืนดูห่างๆ เก็บข้อมูล ชื่นชมอยู่ในใจ 😬
3
337
ก็ตามนั้นฮะ เอาจริงก็ไม่ได้ชอบอะไร แค่ทำได้ แล้วพอทำไปนานๆ เข้า เงินเดือนมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ผมทำสาย digital marketing, ecommerce แล้วเพื่อนหลายคนก็แนะนำให้ทำของตัวเอง ผมบอกผมไม่เอา ผมทำงานมา 15 ปี ทำมันจนเบื่อ นอกเวลางานจะให้ผมทำอีกหรอ ผมก็ไม่อยากทำแล้ว 5555555555555
มีใครทำงานมา 5–10 ปีแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบทำงานอะไรจริงๆ มั้ยคะ ทุกวันนี้ไปทำงานเพราะต้องใช้เงิน ไม่ใช่เพราะมีแพสชันอะไรแล้ว 55555 🤣
8
29
1,195
ยิ่งทำงานเก่ง แถม การเมืองเก่งด้วย รู้จังหวะ นำเสนอได้ คนพวกนี้โคตรน่ากลัว เพราะมันจะเติบโตไปได้ไกลกว่าคนปกติ หรือคนทำงานเก่งมากๆ
228
1
283
6,928