TPchannel (@TPchannel10) header
TPchannel (@TPchannel10) profile picture

Official Twitter สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา (TPchannel) ติดตามความเคลื่อนไหว #ประชุมสภา #รัฐสภา #ข่าว #สภาผู้แทนราษฎร #วุฒิสภา

Bangkok, Thailand
Joined March 2010
Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)Photo by TPchannel (@TPchannel10)
วุฒิสภารับหลักการร่างกฎหมายคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เสริมสิทธิชุมชน–ต่อยอดสมุนไพรสู่เศรษฐกิจ วุฒิสภามีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยคะแนน 157 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ก่อนเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 21 คน พิจารณารายละเอียด โดยการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้มุ่งยกระดับการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและสิทธิของชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาสมุนไพรไทยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้ศึกษาร่างกฎหมายล่วงหน้า และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมให้ข้อมูล ผลการศึกษามีข้อเสนอให้จัดทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในรูปแบบดิจิทัล โดยศึกษารูปแบบจากอินเดีย เพื่อเป็นกลไกป้องกันการนำองค์ความรู้ของไทยไปใช้ประโยชน์โดยไม่มีการแบ่งปันผลตอบแทนอย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้กำหนดสถานะของชุมชนเป็นนิติบุคคล และเพิ่มบทลงโทษต่อผู้ละเมิดสิทธิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การอภิปรายของ สว. ในวันนี้ (2 พ.ย. 69) พบว่ามีความน่าสนใจในหลายประเด็น อาทิ ให้ความสำคัญกับการยกระดับสมุนไพรไทยตั้งแต่ต้นทาง โดยเสนอให้ภาครัฐปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุนชุมชน ทั้งการตรวจวิเคราะห์ดิน น้ำ และอากาศ การพัฒนามาตรฐานการผลิตและแปรรูป ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริง นอกจากนี้ ยังเสนอให้เชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดและสร้างหลักประกันด้านราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรับซื้อสมุนไพรจากชุมชน รวมถึงพัฒนาระบบ One Stop Service เพื่อช่วยผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ สร้างเครือข่าย Herbal Cluster และจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อย อีกส่วนสำคัญคือการคุ้มครองตำรับยาของหมอพื้นบ้าน ไม่ให้องค์ความรู้ถูกนำไปแสวงหาประโยชน์โดยเจ้าของภูมิปัญญาหรือชุมชนไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม พร้อมผลักดันสมุนไพรไทยให้มีบทบาททั้งด้านความมั่นคงทางสุขภาพ การสร้างรายได้ในเศรษฐกิจฐานราก และการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ได้รับการเสนอให้ปรับปรุง อาทิ การทำให้กฎหมายซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2542 สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ทั้งการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกำหนดค่าธรรมเนียมให้เหมาะกับขนาดของกิจการ โดยผู้ประกอบการ SMEs ควรได้รับการผ่อนปรนมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน มีข้อเสนอให้เพิ่มคำว่า “ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่” เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของชุมชนครอบคลุมการนำสมุนไพรไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ หลังมีกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพรแยกออกจากกฎหมายยาในปี 2562 ซึ่งหากไม่ปรับแก้อาจเกิดช่องว่างในการแบ่งปันผลประโยชน์ และทำให้การคุ้มครองสิทธิชุมชนไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร การปรับนิยาม “ชุมชน” เป็นอีกส่วนที่ถูกเสนอให้พิจารณา โดยควรยึดโยงกับวิถีชีวิต ภูมินิเวศ และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ มากกว่าการใช้เส้นแบ่งเขตการปกครองเพียงอย่างเดียว เนื่องจากภูมิปัญญาท้องถิ่นจำนวนมากเกิดจากการสั่งสมและถ่ายทอดร่วมกันของผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับทรัพยากรและพื้นที่เดียวกัน แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้การรับรองสิทธิและการแบ่งปันผลประโยชน์จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสอดคล้องกับสภาพของชุมชนในทางปฏิบัติ พร้อมสร้างกลไกคุ้มครององค์ความรู้ดั้งเดิมควบคู่กับการเปิดทางให้นำสมุนไพรไทยไปพัฒนาและสร้างมูลค่าได้อย่างเป็นธรรม #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #Tpchannel
128
ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 18 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. กระทู้ถามเป็นหนังสือ 3 เรื่อง เรื่อง ปัญหาความผิดพลาดและความล้มเหลวในการคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการถือครองและควบคุมที่ดิน เรื่อง การเร่งรัดโครงการรถไฟสายชุมพร - ท่าเรือระนอง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านคมนาคมและยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ตลาดโลก เรื่องด่วน 3 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติมาถึงวุฒิสภา และวุฒิสภาได้มีมติขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 อนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภามีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไป ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติมาถึงวุฒิสภา ซึ่งจะครบกำหนดในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 อนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภามีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไป ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) - #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz - Application: TPchannel - Website : tpchannel.org - Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา - Youtube Live : TPchannel
355
🗞️ News Committee Update: กมธ.กระจายอำนาจฯ เปิดหลักเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมใหม่ ประกันภัยพิบัติคุ้มครองบ้านสูงสุด 1 แสนบาท น้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบถึง 51 จังหวัด และกรุงเทพฯ 38 เขต คำถามสำคัญคือ ผู้ประสบภัยจะได้รับเงินเยียวยาเท่าไร และต้องใช้สิทธิอย่างไร เมื่อรัฐบาลมีโครงการประกันภัยพิบัติรูปแบบใหม่ ที่คุ้มครองความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาท และกรณีเสียชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาท [ เปิดหลักเกณฑ์เยียวยาเดิม ก่อนเปลี่ยนสู่ระบบประกันภัยพิบัติ ] สำหรับผู้ประสบภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ชี้แจงว่า การช่วยเหลือใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉิน โดยมีวงเงินซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 88,600 บาทต่อครัวเรือน ซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร 6,800 บาท ค่าเช่าบ้าน 2,500 บาท ขณะที่กรุงเทพมหานครมีหลักเกณฑ์ช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน 3,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ 13,500 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 5,000 บาท กรณีทุพพลภาพ 16,600 บาท และค่าจัดการศพไม่เกิน 35,700 บาท รวมถึงมีการอนุมัติวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 11,100 บาท สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการฟื้นฟูผู้ประสบภัย ของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะ กล่าวหลังเชิญหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงหลักเกณฑ์และความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือ [ ประกันภัยพิบัติรูปแบบใหม่ คุ้มครองบ้านสูงสุด 100,000 บาท ] ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา รัฐบาลได้เริ่มให้ความคุ้มครองตามโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ระยะเวลา 1 ปี ตั้งเป้าคุ้มครองประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมภัยน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย กำหนดเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท และสามารถขอค่าสินไหมเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงได้อีกไม่เกิน 90, 000 บาท รวมสูงสุด 100,000 บาท โดยต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้นำท้องที่หรือท้องถิ่นว่าได้รับผลกระทบจริง ส่วนกรณีเสียชีวิต มีวงเงินประกันชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาท ขณะที่กรณีทุพพลภาพเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ ผู้ประสบภัยที่ต้องการใช้สิทธิต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaID และแจ้งเหตุภัยพิบัติต่อผู้นำท้องที่หรือท้องถิ่นก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบภัยต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจน เพราะการรับเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจากประกันภัยพิบัติ อาจไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำกับโครงการซ่อมแซมบ้านของภาครัฐได้ ส่วนความเสียหายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันภัย เช่น โรงเรือนการเกษตร ค่าเช่าบ้าน เครื่องมือประกอบอาชีพ และค่ารักษาพยาบาล ประชาชนยังสามารถขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือจังหวัดได้ตามหลักเกณฑ์ หากเกินศักยภาพของท้องถิ่น จังหวัดสามารถพิจารณาใช้เงินทดรองราชการเข้าช่วยเหลือได้ คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามการจ่ายเงินเยียวยาในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศจนแล้วเสร็จ พร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ทีมสื่อ TP Online ขอบคุณภาพจาก nnn.ns / apiwat5829 / tlomfhafha / cameraman_s / joobangsanckam1 / roseziboonma29 / supatra / daysittichai / p761624 #น้ำท่วม #อุทกภัย #เงินเยียวยา #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline
1
1
316
กำหนดการประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ประจำสัปดาห์ : วันที่ 2 - 6 พฤศจิกายน 2569 อ่านระเบียบวาระได้ที่ 🔴 วุฒิสภา senate.go.th/view/1/%E0%B8%A… 🔴 สภาผู้แทนราษฎร parliament.go.th/view/1/repr… - #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz - Application: TPchannel - Website : tpchannel.org - Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา - Youtube Live : TPchannel
125
ประธานโสภณ โต้ยื้อซักฟอก 60 วันไม่จริง ย้ำรัฐบาลพร้อมตั้งแต่วันแรก ฝ่ายค้านขอเลื่อนเอง วอนอย่าบิดเบือนทำประชาชนสับสน วันนี้ (31 ต.ค. 69) นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มีการมองว่าใช้เวลารอคอยยาวนานถึง 60 วันนับตั้งแต่ยื่นญัตติ โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด นายโสภณ กล่าวว่า การเจรจาตกลงกันในกรอบเวลา 4 วันบวก 1 วันนั้น ทางฝ่ายรัฐบาลมีความพร้อมตั้งแต่วันแรกที่มีการตกลงกัน คือช่วงวันที่ 27-29 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่เนื่องจากทางฝั่งฝ่ายค้านเป็นฝ่ายแจ้งว่ายังไม่พร้อม และขอเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคมภายในสมัยประชุมนี้ จนกระทั่งตนได้รับมอบหมายให้ไปเจรจาและเคาะวันออกมาเป็นช่วงวันที่ 7-10 ธันวาคมตามที่เป็นข่าว ซึ่งก็ยังคงใช้กรอบเวลา 4 วันเท่าเดิม "...จะไปบอกว่ามีรัฐบาลชุดเดียวที่ยื้อแล้วไม่อภิปราย ทอดเวลาให้มันยาวนานนั้น ไม่ใช่ความจริง รัฐบาลเขาพร้อมตอบตั้งแต่เดือนนั้นแล้ว แต่ติดเรื่องภารกิจงาน อยากให้ทำความเข้าใจกันใหม่ เพราะการพูดโดยไม่อยู่บนข้อเท็จจริงมีแต่จะทำให้ประชาชนสับสน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติผมพูดตามตรงและตรงไปตรงมา ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น.. " นายโสภณกล่าว นายโสภณ ยังกล่าวถึงข้อตกลงเรื่องกรอบเวลาในการประชุมว่า ล่าสุดจากเดิมที่ตกลงกันว่าจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และเลิกเที่ยงคืน ทางฝั่งผู้เกี่ยวข้องกลับมีการขยายเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 72 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้นมาอีกราว 12 ชั่วโมง) ซึ่งตนมองว่าเริ่มไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันไว้ตั้งแต่ต้น นายโสภณ ยังได้ฝากข้อคิดถึงบรรยากาศทางการเมืองว่า ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน การตรวจสอบการทำงานถือเป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย แต่หากสังคมหรือทุกฝ่ายตั้งธงให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคู่ขัดแย้งกันตลอดเวลา จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น "...ผมอยากเห็นความร่วมมือที่แท้จริง ซึ่งความร่วมมือที่ว่านี้ไม่ใช่การ ‘ซูเอี๋ย’ กันนะ แต่เป็นการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง และเวทีนี้ต้องไม่ใช่เวทีหลอกด่ากันไปมาอย่างที่ผมพูดบ่อย ๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้แก่ฝ่ายใดเลย..." นายโสภณ กล่าว #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #Tpchannel #อภิปรายไม่ไว้วางใจ
261
นายกฯ ยืนยันไม่หนีสภา พร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำภารกิจประเทศต้องมาก่อนการเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันพร้อมเข้าสภาเพื่อรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่าไม่เคยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับภารกิจของรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก "...ไม่เคยหนีครับ จริง ๆ ณ ขณะนี้เราควรจะอยู่บนบัลลังก์ที่สภา เพื่อรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เราพยายามจะตกลงกันเรื่องเวลาก็อยู่เนี่ย ทางพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถจัดสรรเวลาได้..." นายอนุทินกล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ทาง NBT ถึงประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังถูกถามว่า นายกรัฐมนตรีจะหลีกเลี่ยงการเข้าสภาหรือไม่ โดยนายอนุทินยืนยันว่า “ไม่เคยหนี” และรัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ นายอนุทินระบุว่า ในช่วงที่มีการหารือเพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปราย รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสภา และกำชับรัฐมนตรีให้งดการเดินทางในช่วงสัปดาห์ที่กำหนดไว้ เพื่อเตรียมพร้อมรับฟังและชี้แจงต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี นายอนุทินอธิบายว่า การพบปะกับผู้นำต่างประเทศด้วยตนเองมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการผลักดันการค้า การลงทุน และการขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผลจากการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุถึงมูลค่าการลงทุน 1.7 ล้านล้านบาท การส่งออกที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตลอดจนความพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทต่างชาติคงฐานการผลิตและขยายการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยระบุถึงมุมมองของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และมองว่าเสถียรภาพกับความเชื่อมั่นของประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญควบคู่กับการบริหารราชการแผ่นดิน "...ความเป็นรัฐบาลเนี่ย ชอบหรือไม่ชอบ บ้านเมืองต้องมาก่อน การเมืองนี่ไม่ใช่เรื่องลำดับสองนะ สำหรับผมเนี่ยลำดับท้าย ๆ ..." เมื่อถามถึงสถานการณ์ทางการเมือง นายอนุทินย้ำว่า ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นต่อรัฐบาลอย่างไร สิ่งสำคัญคือการให้เรื่องของประเทศมาก่อน พร้อมระบุว่าสำหรับตนเอง การเมืองไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเหนือการทำงานเพื่อบ้านเมือง นายอนุทินยังกล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองว่า ต้องการให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงและผลการทำงานที่เกิดขึ้นมากกว่าการตอบโต้ทางวาทกรรม พร้อมยืนยันว่าจะสื่อสารกับประชาชนด้วยข้อมูลและผลงานที่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังเป็นหนึ่งในประเด็นการเมืองที่ได้รับความสนใจ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันถึงความพร้อมในการเข้าสภาและรับการตรวจสอบตามกระบวนการ พร้อมเดินหน้าภารกิจด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยควบคู่กันไป "...ผมถึงบอกว่าเรื่องการเมือง เล่นการเมือง บูลลี่ ด้อยค่า วาทกรรมเนี่ย ของผมเนี่ย ลำดับท้ายสุด จริง ๆ ไม่ควรจะอยู่ในลำดับด้วยซ้ำ และก็ต้องยอมรับผมไม่ได้ให้ความสนใจตรงนั้นเลย ผมเอา fact ผมเอาข้อเท็จจริง สิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วผมก็พูดกับพี่น้องประชาชน ผมมีของมา ไม่ใช่ผมมาเลื่อนลอย..." #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #Tpchannel #คุยกับนายกฯอนุทิน
106
🗞️ News Committee Update: แก้กฎหมายบัตรทอง เปิดทางประชาชนมีส่วนร่วม - กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา เปิดผลศึกษา ภาคประชาชนยื่น 2 ร่างกฎหมาย กว่า 70,000 รายชื่อ บัตรทองถือเป็นหลักประกันสุขภาพที่สำคัญของคนไทย แต่ปัญหาการจัดสรรงบและการจ่ายเงินให้โรงพยาบาล กำลังเป็นโจทย์ของระบบสาธารณสุขไทย ล่าสุด ภาคประชาชนเสนอแก้กฎหมายบัตรทอง 2 ฉบับ พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 70,000 คน ปัญหาที่พบในระบบบัตรทองมีตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ การจ่ายเงินชดเชยให้โรงพยาบาล ไปจนถึงโครงสร้างการบริหารกองทุน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหน่วยบริการ บุคลากรทางการแพทย์ และการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน ประเด็นเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการศึกษาทบทวนระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับภาระงานและต้นทุนของโรงพยาบาล คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นำโดย นายโสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเชิงลึก ผ่านการรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน และรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน ก่อนที่ภาคประชาชนจะนำข้อเสนอแนะไปใช้เป็นแนวทางจัดทำร่างแก้ไขกฎหมาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา [ เสนอเพิ่มกลไกตรวจสอบ ยันไม่ลดสิทธิประชาชน ] นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับที่ 1 ยืนยันว่า การแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้ต้องการยกเลิกบัตรทองหรือลดสิทธิประชาชน แต่ต้องการให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง กำหนดสิทธิประโยชน์ให้ชัดเจน จัดสรรทรัพยากรตามความจำเป็นด้านสุขภาพ และมีกลไกบริหารกองทุนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเน้นความยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ การเงินของระบบ ความมั่นคงของโรงพยาบาลและหน่วยบริการ รวมถึงความยั่งยืนของบุคลากรสาธารณสุข ด้านนายแพทย์สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับที่ 2 จาก 31 องค์กร กล่าวว่า ข้อเสนอไม่ได้มุ่งยุบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ไม่ยกเลิกคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และไม่แก้ไขเรื่องการร่วมจ่ายตามกฎหมายปัจจุบัน รวมถึงไม่ยกเลิกสิทธิประโยชน์เดิม สาระสำคัญของร่างฉบับนี้ คือการเพิ่มระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงมากขึ้น แทนการมีส่วนร่วมผ่านตัวแทนองค์กรเอกชน หรือ NGO เพียงอย่างเดียว เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลในการบริหารกองทุน [ ส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ พร้อมกว่า 70,000 รายชื่อ ] ผู้เสนอร่างกฎหมายได้ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้ง 2 ฉบับ พร้อมรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนกว่า 70,000 คน โดยมีว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนรับมอบ โดยจะดำเนินการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนแจ้งผลให้ผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายทราบต่อไป ร่างแก้ไขกฎหมายบัตรทองทั้ง 2 ฉบับ ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับฟังความคิดเห็น โดยมีเป้าหมายตามข้อเสนอภาคประชาชน คือปรับปรุงการบริหารกองทุน เพิ่มความโปร่งใส และรักษาสิทธิการรักษาพยาบาลที่ประชาชนได้รับอยู่เดิม ทีมสื่อ TP Online ขอบคุณภาพจาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ / มูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช / สถาบันโรคทรวงอก / RamaFoundationTH #บัตรทอง #สปสช #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline
1
1
608
สภาตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเร่งคลี่ปัญหาสารหนู–มลพิษ รับมือภัยพิบัติ พร้อมแก้ปมภาคการผลิตและแรงงาน ก่อนพิจารณารายงานชงแผนรับมือ PM 2.5 และสังคมสูงวัย facebook.com/share/p/1A1RF41… ข้อมูล | ทีมเกาะติดสภา เรียบเรียง | ทีมคอนเทนต์นิวมีเดีย #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #สภาผู้แทนราษฎร
170
นายกฯ ยืนยันรัฐบาลพร้อม หากฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ย้ำเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า รัฐบาลไม่มีเกมการเมืองใด ๆ และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากฝ่ายค้านประสงค์จะอภิปรายตรวจสอบการทำงาน รัฐบาลพร้อมชี้แจงและตอบข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างชัดเจน เมื่อถามถึงความจำเป็นในการยื่นญัตติดังกล่าว นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เป็นฝ่ายยื่นญัตติ ส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความพร้อม จึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปเป็นช่วงเดือนธันวาคมนั้น นายอนุทินหัวเราะก่อนกล่าวว่า “คนไม่พร้อมคือใคร” พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านได้มอบหมายตัวแทนไปเจรจาเรื่องกรอบเวลา และควรติดตามผลการหารือให้ชัดเจน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติ รัฐบาลได้แจ้งความพร้อมสำหรับการอภิปรายในวันที่ 27-29 ตุลาคม และตอบรับโดยทันที โดยรัฐมนตรี 18 คน รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ในประเทศและเตรียมพร้อมสำหรับการชี้แจง แต่ท้ายที่สุดการอภิปรายยังไม่เกิดขึ้น นายอนุทินระบุอีกว่า ขณะนี้วันที่เร็วที่สุดสำหรับการอภิปรายคือวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งรัฐบาลได้เร่งแจ้งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความไม่พร้อมของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงบทบาทของผู้นำฝ่ายค้านว่า เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนและสื่อสารอย่างรอบคอบ เนื่องจากประชาชนทั่วประเทศติดตามรับฟัง พร้อมมองว่าทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างมีหน้าที่สร้างความเข้าใจในประเด็นที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ต่อประเทศ สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับรัฐมนตรีคนนอกที่อาจยังไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากนัก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีความเจนจัดทางการเมือง พร้อมยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ภายใต้นโยบายและเจตนารมณ์ที่มุ่งประโยชน์ต่อบ้านเมือง #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #Tpchannel #นายก
234
สภาฯ ผ่านกฎหมายเดินเรือ วางระบบค้นหา–ช่วยเหลือภัยทางน้ำ พร้อมพิจารณากฎหมายธุรกรรมดิจิทัล รับยุค AI facebook.com/share/p/1HB34JV…
1
1
112
ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. กระทู้ถามทั่วไป 3 เรื่อง เรื่อง ขอให้ภาครัฐพิจารณาแนวทางเชื่อมโยงหรือขยายเขตบริการน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาศรีเชียงใหม่ เรื่อง ขอทราบมาตรการฟื้นฟู และแนวทางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เรื่อง ปัญหาการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กระทู้ถามแยกเฉพาะ 6 เรื่อง เรื่อง แนวทางการพัฒนาและการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพศูนย์รังสีรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เรื่อง ขอให้พิจารณาแนวทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของจังหวัดภูเก็ต ให้มีเสถียรภาพรองรับการเติบโตของเมือง เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยล้นและการบริหารจัดการขยะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ฯลฯ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 3 เรื่อง รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เรื่อง แนวทางการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว (Long-Term Care) ในประเทศไทย เรื่อง ปัญหาการให้เช่าเหมาอาคารของการเคหะแห่งชาติ เรื่องที่ค้างพิจารณา 70 เรื่อง เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการยุบ การควบรวม การยกระดับ และการเปลี่ยนแปลงพันธกิจ อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา จัดทำ และติดตามข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับทักษะคนไทย เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางของรัฐบาลในการควบคุมหรือสนับสนุนการใช้กัญชาในทางการแพทย์และแนวทางการป้องกันผลกระทบต่อสังคมและประชาชน ฯลฯ เรื่องที่เสนอใหม่ 2 เรื่อง เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง และมาตรการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตร เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของรัฐและการพัฒนาระบบบำนาญแห่งชาติอย่างยั่งยืน เรื่องอื่นๆ 3 เรื่อง อ่านต่อที่ pis.parliament.go.th/PARWeb/… ติดตามได้ทาง #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 - Application : TPchannel - Youtube : youtube.com/@TPchannel10 - Facebook : facebook.com/TPchannelFan - Website : tpchannel.org
2
351
‘รมช.วัชระพล’ การันตี ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ คุ้มค่า ชี้กระตุ้น GDP 2 หมื่นล้าน-สร้างงาน 8.1 หมื่นตำแหน่ง ยันเพิ่มงบฯ ตามมาตรฐาน AIPH วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสส.จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani Expo 2026) โดยระบุว่า ล่าสุดความพร้อมของพื้นที่เกือบเต็ม 100% แล้ว และมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยรวมถึงระบบต่างๆ เป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ ได้ชี้แจงกรณีการเพิ่มงบประมาณจัดงาน 10% หรือคิดเป็น 250 ล้านบาท จากงบประมาณรวม 2,500 ล้านบาทว่า เป็นไปตามข้อเสนอแนะของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ที่ได้ประเมินงานเมื่อเดือนธันวาคม 2568 แล้วพบว่ายังไม่บรรลุมาตรฐานที่กำหนด จึงต้องปรับเพิ่มงบฯ เพื่อยกระดับการจัดงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล นายวัชระพล ยืนยันว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 3.6 ล้านคน ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้กับประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท สร้างการจ้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง และช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้กว่า 7,700 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ให้แก่จังหวัดอุดรธานีและกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน สำหรับแผนการบริหารจัดการพื้นที่หลังจบการศึกษานั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมระดับนานาชาติ เวทีแสดงศักยภาพสินค้าและนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะถาวรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยภายหลังจบงานจะขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งมอบพื้นที่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาต่อไป #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPChannel #พืชสวนโลก #วัชระพลขาวขำ
1
190
นายกฯ เผย แจ้งประธานสภาฯแล้ว ศึกซักฟอกรัฐบาล สะดวก 6 ธ.ค.เป็นต้นไป ชี้ ต้องเป็นวันที่รัฐมนตรีปลอดภารกิจ ส่วนจะกี่วัน ให้วิปไปหารือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า วันนี้ (27 ต.ค. 69) ได้รับหนังสือแจ้งจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและได้นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จึงได้ตอบกลับไปว่าวันที่สะดวกของคณะรัฐมนตรี คือตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป ส่วนกรอบระยะเวลาการอภิปรายจะเป็นกี่วัน วิปจะต้องหารือกัน ส่วนที่หากฝ่ายค้านตั้งเงื่อนไขว่าให้เป็น 5 วันเหมือนเดิม รัฐบาลจะให้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องที่วิปจะต้องหารือกัน แต่ฝ่ายค้านบอกว่าต้องการ 5 วันเฉพาะสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลือจะ 4 วันก็ไม่มีปัญหา นี่คือที่เคยคุยกันมา ที่จริงวันนี้เราควรจะไปอภิปรายในสภาแล้ว แต่ในเมื่อทางฝ่ายค้านไม่ยอม ก็ต้องหาวันที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายและรัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline
1
258
เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ #ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 🔴 เสนอโดย นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ 🔴 รับฟังตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 👉 อ่านต่อที่ parliament.go.th/section77/s… #TPchannel #TPonline
1
99
ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 1 เรื่อง รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 3 เรื่อง เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 1 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วน 1 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เรื่องที่ค้างพิจารณา 44 เรื่อง ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฯลฯ เรื่องที่เสนอใหม่ 11 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฯลฯ เรื่องอื่นๆ 1 เรื่อง ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง เพราะลาออก อ่านต่อที่ pis.parliament.go.th/PARWeb/… ติดตามได้ทาง #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 - Application : TPchannel - Youtube : youtube.com/@TPchannel10 - Facebook : facebook.com/TPchannelFan - Website : tpchannel.org
1
2
169
“อนุทิน” สั่งการด่วนกำชับ มท. ฟื้นฟูภูเก็ตหลังน้ำป่าทะลักป่าตอง ตั้งศูนย์พักพิง-เปิดสายด่วนเยียวยาประชาชน วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 25-26 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันและเกิดน้ำป่าจากเขา 50 ปี พัดพาหินและดินโคลนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมดำเนินภารกิจเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลและเคลียร์พื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที แม้ว่าสถานการณ์ล่าสุดในเวลา 08.00 น. ระดับน้ำขังจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดภูเก็ต บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ การเฝ้าระวังฝนตกหนักและภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ในส่วนของการทำงานระดับท้องถิ่นภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและเปิดศูนย์พักพิงรองรับผู้ประสบภัย ณ เทศบาลเมืองป่าตอง, โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง หมายเลข 0 7634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันให้เร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบราชการอย่างเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถประสานขอความช่วยเหลือผ่านกลไกปกครองท้องที่ ทั้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 ได้ทันที #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPChannel #น้ำท่วม #ภูเก็ต #รัฐบาล
1
2
352
ประธานสภาฯ ยืนยันอภิปรายไม่ไว้วางใจทันในสมัยประชุมนี้ ฝ่ายค้าน-รัฐบาลเห็นชอบกรอบ 4+1 เหลือเคาะช่วววันซักฟอก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือกำหนดกรอบวันและเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า ขณะนี้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลสามารถตกลงเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายได้แล้ว นายโสภณกล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้เข้าหารือเกี่ยวกับกำหนดการอภิปราย โดยฝ่ายรัฐบาลเคยเสนอช่วงเวลาในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายค้านชี้แจงว่าได้จัดเตรียมบุคคลและกำหนดการไว้แล้ว หากดำเนินการในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้การบริหารจัดการมีความยุ่งยาก จึงมีการปรับกำหนดการออกไป ทั้งนี้ ฝ่ายค้านแจ้งว่าสามารถกำหนดวันอภิปรายในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมได้ โดยหลังจากนี้ฝ่ายบริหารจะต้องหารือเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสม ก่อนแจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร “...สรุปคือมีการอภิปรายแน่นอน ส่วนจะเป็นวันไหนเรายังไม่รู้ เพราะตามที่วิปหารือกัน เดิมให้เวลาสัปดาห์นี้เคลียร์งานหมดแล้ว เมื่อได้โจทย์ใหม่ ครม. ก็ต้องไปประชุมหารือกัน และแจ้งกลับมาว่าควรจะเป็นวันไหน และสามารถเริ่มต้นได้วันใด...” นายโสภณกล่าว นายโสภณยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นภายในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ และนายกรัฐมนตรีได้แสดงความพร้อมต่อการอภิปรายเช่นกัน สำหรับกรอบเวลาการอภิปราย นายโสภณย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้แล้ว ในรูปแบบ 4+1 ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อสอบถามและกำหนดวันอภิปรายที่ชัดเจนต่อไป เมื่อถามถึงภารกิจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่อาจทำให้การกำหนดวันอภิปรายมีข้อจำกัด นายโสภณกล่าวว่า แม้การจัดตารางเวลาอาจไม่ง่าย แต่จำเป็นต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสม โดยฝ่ายค้านเปิดกว้างว่าสามารถจัดการอภิปรายได้ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม รวมถึงวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ประสานกับฝ่ายบริหารเพื่อหาวันที่เหมาะสม นายโสภณยังย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นกระบวนการปกติของรัฐสภา ไม่มีประเด็นซับซ้อน โดยขณะนี้สามารถตกลงจำนวนวันอภิปรายได้แล้ว เหลือเพียงการกำหนดวันที่ให้ชัดเจน “...ก็ผมนี่เป็นหลักประกัน คำพูดประธานนี่แหละเป็นหลักประกันว่ามีการอภิปรายแน่นอน การอภิปรายเป็นการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ว่ายุคใดก็มี ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลคงจะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรอยู่ จึงไม่ควรจะไปสนใจ ไปเพิ่มความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย...” นายโสภณกล่าว #ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel
1
2
163
"...นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนปกติ การที่เอาข่าวที่บิดเบือน แล้วก็เป็นข่าวที่โจมตีบุคคล แล้วก็ไม่เป็นข้อมูลที่จริงเนี่ย เอาไปเผยแพร่ต่อ ตรงนี้ต้องมีความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาญาหรือเรื่องของจริยธรรม ผมก็เรียกร้องนะครับมาโดยตลอดว่า มาตรฐานการเมืองจะต้องไม่ตกต่ำเพราะสิ่งที่นักการเมืองทำ แต่มาตรฐานการเมืองจะต้องถูกยกขึ้นด้วยเป็นสิ่งที่นักการเมืองควรจะต้องทำ เรื่องของผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ข้อมูลเหล่านี้เนี่ยวันนี้อาจจะเป็นข้อมูลโจมตีเชิงบุคคลใช่ไหมครับ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเพจเหล่านี้ ไปใช้ข้อมูลที่เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศและความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติต่าง ๆ ละ แล้วนักการเมืองไปสนับสนุนหรือหยิบไปใช้เนี่ยจะเกิดอะไรขึ้นครับ..." นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ชี้แจงและตอบโต้ กรณีเพจปริศนาเผยแพร่อ้างข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีนายกรัฐมนตรี 26 ตุลาคม 2569 #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel
120