Pinned Tweet
ไป ไป !! ไปลงนรกซะเถอะ ที่รัก
#นายกรัฐมนตรี #นายกรัฐมนตรีคนที่31
ขยี้กระแส retweeted
มึง กูขอร้องล่ะ ช่วยเหลือคนปราจีนบุรีด้วย น้ำเสียจากโรงงาน กลายเป็นสีดำไปหมดแล้ว ชาวบ้านป่วยหนัก โลหะในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย เราจะอยู่กันแบบนี้แล้วใช่ไหม แย่มากจริงๆ !!!!!!
#โหนกระแส #ปราจีนบุรี
ขยี้กระแส retweeted
ประชาชนเอ้ยยยย ไม่โกรธกันเลยรึไง? อฉห แบ่งความสนใจมากับเรื่องนี้กันบ้างมั้ย เอาจริงๆนี่มันแค่หนึ่งในเรื่องทุเรศๆที่เกิดมาใน 4-5 เดือนกับรัฐบาลนี้นะ สื่อนำเสนอกันยับแต่ไปสนกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ หรือไง ยังไง ประเทศเรามากันได้แค่นี้จริงๆ รั้งท้ายกันในอาเซียนกันไปละกันงี้เหรอ กลายเป็นประเทศอาณานิคมทุนเทากันไป คุณภาพชีวิตติดลบกันไปเรื่อยๆทุกวันๆงิไป งี้ใช่มั้ย 🤦🏻♂️
“โสภณ” เห็นชอบแนวทางดำเนินงานของ กมธ.สามัญทั้ง 35 คณะ สั่งริบอำนาจประธาน กมธ.ห้ามเรียกบุคคลมาชี้แจงตามอำเภอใจ โดยไม่มีมติ กมธ.หากเรื่องใดคาบเกี่ยวการพิจารณาของ กมธ. 2 คณะขึ้นไป ให้ กมธ.ที่เกี่ยวข้องหาข้อตกลงจะมอบอำนาจให้ชุดใดดำเนินการ ห้าม กมธ.ประชุมซ้ำซ้อนในเรื่องเดียวกัน
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political/m…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
ขยี้กระแส retweeted
อำนาจสภาวุฒิสภา สว. - คุณก็คุมเสียงข้ามมากได้
อำนาจสภาผู้แทนราษฏร สส. - คุณก็คุมเสียงข้ามมากได้
อำนาจนิติบัญญัติ - คุณอยากจะเอากฏหมายอะไรเข้าพิจารณารัฐบาลเลือกได้หมด สภาลัดคิวให้ก่อน จะผ่านกฏหมายอะไรก็ผ่านได้เพราะมีเสียงข้ามมาก การบริหารจัดการงานสภาอำนาจประธานสภาก็คนของรัฐบาล
อำนาจนาจการบริหารราชการแผ่นดิน ควบคุมความเป็นไปของระบบราชการ ออกกฏหมาย/กฏระเบียบ บริหารงบประมาณแผ่นดินปีละ 4ล้านล้าน เงินนอกงบประมาณปีละ 10ล้านล้าน - อำนาจทั้งหมดล้วนอยู่ในมือ เพราะเป็นอำนาจโดยตรงของคนเป็นรัฐบาล
อำนาจองค์กรอิสระ ที่ใช้ตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหมด - คุณก็คุมได้หมด เพราะครึ่งค่อนองค์กร กกต ปปช คตง(สตง) ศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุดและอีกหลายองค์กร สว. เลือกมากับมือ และในอนาคตก็จะถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นคนของสีน้ำเงินทั้งหมด
กลไกท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น เครือข่ายท้องถิ่น - คุณก็เลี้ยงดูปูเสื่อจนหาคนแตกแถวได้ยากยิ่ง
อำนาจบนแผ่นดินนี้ ไม่ว่าอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน หรืออำนาจในการตรวจสอบถ่วงดุล ล้วนอยู่ในมือสีน้ำเงิน
ทุกวันนี้องค์กรตรวจสอบทั้งหมด เสมือนมีไว้เพื่อปกป้องเฉพาะสีน้ำเงิน แต่มุ่งทำลายสีอื่นๆให้หมดสภาพ สิ้นซาก
ในมือฝ่านค้าน ก็มีแค่กลไกกรรมาธิการตรวจสอบ จากทั้งหมด 35คณะ พรรคประชาชนเป็นประธานเพียง 9คณะ ซึ่งอำนาจไม่ได้มากมาย ทำได้แค่เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและขอเอกสาร ไม่มีอำนาจในการให้คุณหรือลงโทษใดใด ทั้งสิ้น
อำนาจเล็กๆน้อยๆแค่นี้ ก็ยังจะเอาหรอ จะเอาทุกอย่าง จะเอาทุกอำนาจที่มีบนแผ่นดินนี้ไปเป็นของพวกตัวเองให้หมดให้ได้เลยหรอ กะจะไม่ให้ใครในประเทศนี้ตรวจสอบพวกตัวเองได้เลยใช่ไหม? ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ ?
ขยี้กระแส retweeted
พร้อมวิ่งหรือยัง?
หนทางยังอีกยาว แต่เราไม่วิ่งคนเดียว
#ประชาชนรันประเทศ
ขยี้กระแส retweeted
ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ จะตัดทุกอำนาจตรวจสอบ บิดเบือนกลไลการถ่วงดุล บิดเบือนกฏหมายแค่เพียงเพราะไม่อยากให้รัฐบาลสำน้ำเงินถูกเล่นงาน จะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรือ ?
ล่าสุด ประธานสภาฯ โสภณ ซารัม เพื่อนรุ่นเดียวกับ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งพ่อประธานสภาเป็นลูกน้องปู่ชัย เรียกได้ว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแน่แฟ้น วันนี้เรียกประชุมฝ่ายเลขาสภาเพื่อวางกรอบเข้มห้ามประธาน กมธ. ใช้อำนาจเรียก-บรรจุวาระ ต้องอาศัยมติที่ประชุมเท่านั้น
ประชาชนที่ไม่ได้ทราบกลไลสภาฟังเผินๆ เหมือนไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน แต่อยากให้ท่านทราบไว้ นี้คือความพยายามจะจำกัดอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้านที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย ให้มันเล็กลงอีก ถึงที่สุดคือฝ่ายค้านแทบจะทำการตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย
สิ่งที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตุไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริง หนังสือที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส่งให้ประธานสภาพิจารณาเพื่อลด อำนาจประธาน กมธ. เพราะไม่พอใจที่ กมธ.ติดตามงบ ตรวจสอบโครการ THAi passpot ร่วมกับ กมธ. กฏหมาย และ ไม่พอใจที่จะมีการเรียก สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ชี้แจงใน กมธ. จนประธานเรียกประชุมประธาน 35คณะ และวันนี้ก็ออกหนังสือมาเป็นเรื่องเป็นราว
อยากกำจัดประธาน กมธ. ไม่กี่คน ก็เลยจุดไฟเผาสภา เผาอำนาจตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติทิ้ง บิดเบือนทุกหลักการ บิดเบือนกฏหมาย แล้วตีความทุกอย่างตามอำเภอใจ
ถ้าเอาหลังพิงกฏหมายจริงๆ
อำนาจของคณะกรรมาธิการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งกำหนดไว้ใน มาตรา 129 ซึ่งบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ หรือเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิใช่สมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณา สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ในหน้าที่ของสภา
โดยการมีกรอบการใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภา
ข้อ ๙๐ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นสามสิบห้าคณะ แต่ละคณะประกอบด้วย กรรมาธิการมีจำนวนสิบห้าคน โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ตามที่กำหนด
ข้อ ๙๓ การประชุมคณะกรรมาธิการ ให้นำข้อบังคับนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมมาใช้บังคับ โดยอนุโลม : โดยอนุโลม หมายถึง ให้ตีความใช้ได้โดยไม่ขัดต่อกฏหมายหรือข้อบัญญัติอื่นๆ
จึงต้องไปดูที่ วิธีการประชุม
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ประธานสภาเห็นสมควรจะบรรจุเรื่องใดเพิ่มเติมในระเบียบวาระการประชุม อีกก็ได้ แต่ต้องก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน และให้ดำเนินการตามข้อ ๒๑ เว้นแต่เป็นเอกสารลับ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด
ข้อ ๒๓ การจัดระเบียบวาระการประชุม ให้จัดลำดับ ดังต่อไปนี้ (๑) กระทู้ถาม (๒) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (๓) รับรองรายงานการประชุม (๔) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว (๕) เรื่องที่ค้างพิจารณา (๖) เรื่องที่เสนอใหม่ (๗) เรื่องอื่น ๆ ในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วน จะจัดไว้ในลำดับใดของระเบียบวาระ การประชุมก็ได้แต่จะจัดไว้ก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่ได
ถ้าหากตีความอย่างเคร่งครัดตามตัวบทกฏหมาย อำนาจในการบรรจุวาระการประชุม เป็นอำนาจของประธานสภา ดังนั้น ข้อบังคับการประชุมสภาจึงให้อำนาจประธาน กมธ. ใช้อำนาจในลักษณะเดียวกัน แล้วสภาก่อนหน้านี้มีมา 26ชุด ทุกชุดก็ใช้อำนาจในลักษณะนี้มาโดยตลอด ไม่มีสภาชุดไหนที่อยู่ดีดีประธานสภาก็คิดอยากลดอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ จนเรามาเจอระบอบสีน้ำเงิน
(1/2)
ขยี้กระแส retweeted
ท่านใดรักชาติ หวงแหนแผ่นดิน ห่วงใยพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก อย่าเลื่อนผ่าน ดิฉันอยากชวนทุกคนมาช่วยกันตามล่าหาส่วนต่างจากโควต้าหวยของทหารผ่านศึก รวมถึงเงิน 7กิจการ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ว่ามันถูกบริการจัดการไปอย่างโปร่งใส ถึงมีคนไปรบมาจริงหรือไม่ หรือ มีใครมาหาเศษหาเลยหรือป่าว
ถ้าทุกคนยังจำกันได้ ปีที่แล้ว ดิฉันและธนเดช ตั้งคำถามว่าทำไมโควตาหวยขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) งวดละราว 1 ล้านใบ (10,988 เล่ม เล่มละ 100ใบ) ถึงถูกขายในราคาทุนให้คนกลางที่ไม่เปิดเผยชื่อ!?
คืองี้ อผศ. ได้โควต้าสลากกินแบ่งจากกองสลากมางวดละ ล้านใบ ต้นทุนใบละ 70.4บาท เพื่อเอาขายได้กำไรมาแล้วให้มาแจกจ่ายกับพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก หรือ ให้ทหารผ่านศึกได้เอาไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ อผศ กลับเอาหวยที่ได้มา ไปทำสัญญากับเอกชน ขายให้เอกชน 70.4บาท ราคาทุนเป๊ะ ไม่บวกกำไร แล้วให้เอกชนเอาไปขายแล้วบริจาคกลับมาให้ตามจิตศรัทธา แบบนี้ได้หรอ ? ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ทำแบบนี้กันมาช้านาน
โดยมีแค่สัญญาปากเปล่าว่าเอกชนจะบริจาคกลับ อผศ. กำลังเอื้อผลประโยชน์ให้ใครหรือไม่ ? เอกชนพวกนั้นมีตัวตนจริงไหม ? หรือ แค่ นอมินีมารับหวยให้ใครเฉยๆ ทำให้เงินกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ไม่ถึงมือทหารผ่านศึกตัวจริง ขณะที่ทหารชั้นผู้น้อยยังต้องร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิ/สวัสดิการที่ควรได้ คนที่เสียอวัยวะ สละชีพ ในสนามรบจริงๆ ต้องรอสวัสดิการที่ไม่มาถึง แต่เงินของพวกเขากลับไหลไปที่อื่น เราถามอดีต ผอ.อผศ. ที่ลงสมัครกับพรรคกล้าธรรมไปแล้วว่าเคยเห็นความผิดปกติไหม จัดการไปกี่เคส facebook.com/reel/1097285355…
หนึ่งปีผ่านไป ยังไม่มีคำตอบ เมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม) ดิฉันจึงเชิญผู้แทนของ อผศ. เข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ พร้อมทั้งขอเอกสารไปทั้งหมด 7 รายการ แต่ไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียวเลย ทุกท่านเชื่อไหมว่า อผศ. ชี้แจงยังไงในกรรมาธิการอย่างไร
-เชิญ ผอ.มา 2 ครั้ง ไม่ตอบรับ
-ขอเอกสารไป 7 รายการ ซึ่งเกี่ยวกับงบการเงิน ผู้ที่รับโควต้าจาก อผศ การจ่ายโบนัส ไม่ให้ เอกสารตามนี้เลย
-ชี้แจงไปเหวี่ยงไป หงุดหงิดใส่ กมธ ไป แบบเก็บทรงไม่อยู่ขนาดหนัก
(1/4)
ขยี้กระแส retweeted
สมาชิกวุฒิสภา สว. - คุมได้
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร สส. - คุมได้
งานนิติบัญญัติ - คุมได้ ประธานสภาของพรรครัฐบาลหมด
การบริหารราชการแผ่นดิน - คุมได้ เป็นอำนาจรัฐบาล
ระบบราชการ - คุมได้ เป็นอำนาจรัฐบาล
กฏหมาย กฏระเบียบ - คุมได้ เป็นอำนาจรัฐบาล
งบประมาณแผ่นดิน - คุมได้ ละเลงเล่นได้ เป็นอำนาจรัฐบาล
องค์กรอิสระ ที่ใช้อำนาจตรวจสอบเกือบทั้งหมด - คุมได้ ตั้งมากับมือ
กลไกกรรมาธิการตรวจสอบ 35คณะ พรรคประชาชนเป็นประะธาน 9คณะ - พยายามจะควบคุมทั้งหมดโดนใช้อำนาจประธานสภา
ทุกอำนาจในประเทศนี้ จะเอาให้หมด จะคุมให้หมด แล้วก็ล้มกลไกการตรวจสอบ ทำให้มันฝ่อ ทำให้มันกลายเป็นแค่เครื่องมือเล่นงานฝั่งตรงข้าม แต่ปลอดภัยกับสีน้ำเงิน ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมีแต่คนของตัวเอง ใครอยากเติบโตต้องตีตั๋วบุรีรัมย์
ทุกคนอาจจะยังไม่สังเกตว่า ‘สีน้ำเงิน’ กำลังจะส่งสัญญาณ เพื่อการคุมควมอีกสิ่งนึงที่สำคัญกับความเป็นไปของประเทศนี้มา คือ ‘สื่อ’
ดิฉันขอประณาม นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ประกาศฟ้องสื่อสารมวลชน ด้วยเหตุแห่งทำหน้าที่เสนอข่าว
การฟ้องประชาชนที่วิพากย์วิจารณ์การทำงานของตน เพื่อให้เกิดหวาดกลัวและสร้างภาระในการสู้คดี เป็นการใช้กฏหมายเล่นงานประชาชนที่วิพากวิจารณ์ตน เรียกว่าฟ้องปิดปาก slapp ก็แย่มากแล้ว
แต่นามศุภชัย ขู่ฟ้อง/ฟ้อง สื่อ นี่คือการกระทำที่ ผู้ที่มีสำนึกสาธารณะไม่ควรทำอย่างยิ่ง สื่อเพียงแค่นำเสนอเนื้อหา โดยไม่ใส่ความคิดเห็น ไม่บิดเบือน เป็นการนำเสนอข่าวตามหน้าที่ที่พึงกระทำเฉยๆ แต่นายศุภชัย กลับจะเล่นงานสื่อด้วยการฟ้องปิดปาก นี่เรื่องที่ยิ่งเลวร้ายหนัก
แม้จะฟ้องสื่อไม่กี่เจ้า แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงสื่อสารมวลชนทั้งหมดว่า ต่อไปนี้ระวังตัวให้ดี เพราะแค่นำเสนอข่าวก็อาจจะถูกฟ้องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข่าวที่เป็นผลเสียกับรัฐบาล แม้จะไม่ได้ใส่ความคิดเห็นใดใดเลยรัฐบาลก็อาจจะเล่นงานคุณได้ สิ่งนี้เป็นการคุกคามสื่อโดยตรง ถ้าหากสื่อเกิดกังวลในการนำเสนอสิ่งใดแล้วเลือกที่จะเซนเซอร์ตัวเอง เพราะกลัวจะถูกกลั่นแกล้งทางกฏหมาย คนที่ได้รับผลกระทบจากการที่สื่ออาจจะเซนเซอร์ตัวเองคือประชาชน
เพราะตัวกลางระหว่างประชาชนและงานการเมือง/การบริหารราชการแผ่นดิน ก็คือ สื่อ ประชาชนจะได้รู้อะไรหรือไม่รู้อะไร สื่อ มีความสำคัญ ดังนั้นการข่มขู่สื่อเพื่อสร้างความกังวลในการสำเสนอข้อเท็จจริง การสร้างต้นทุนทางกฏหมาย ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เป็นการกระทำที่ควรถูกประณาม
ขยี้กระแส retweeted
เป็นถึงรมต.แต่มั่วของจริง - ปภ.ออกมายอมรับว่า เงินหมดแล้วจริง และต้องรีบนำเรื่องเข้าครม.ขออนุมัติวงเงิน เพิ่มอีก 1หมื่นล้าน ซึ่งข้อมูลเป็นไปตามที่ผมพูดเป๊ะ
สรุปคนที่มั่วแบบไม่มีข้อมูล คือ นายภราดร มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อหาสาระ และละเลยหน้าที่รมต.ที่ตัวเองต้องทำ แต่กลับไม่ทำด้วย
📍[การอนุมัติขยายวงเงินน้ำท่วม ที่ล่าช้า ไม่วางแผน]
นายภราดร เป็นรมต.ประจำสำนักนายก นั่งอยู่ในครม.ควรต้องรู้ด้วยว่า
1) วงเงินเยียวยา ที่นายอนุทิน นายก และรมต.มหาดไทย บอกว่า เพียงพอ - จริงๆแล้ว มัน “ไม่เพียงพอ” จากจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ กับงบที่อนุมัติมา ถือว่า รัฐบาลพลาดเป้าไปหลายเท่า
2) ที่ง่ายกว่า การประเมินความเสียหาย แต่รัฐบาลของนายภราดรไม่ทำ คือ การคาดการณ์ว่า เงินที่อนุมัติไว้ จะจ่ายหมดเมื่อไร และทำการอนุมัติเงิน “ล่วงหน้า” เพื่อให้การอนุมัติไม่สะดุด
แต่กลายว่า การประชุมครม.วันที่ 6 ตุลา กับ 14 ตุลา ตัวภราดร และรมต.ทั้งหลาย ไม่รู้นั่งประชุมทำไรกัน - ทำไมไม่เร่งเอาวาระ อนุมัติขยายกรอบวงเงินน้ำท่วม “ล่วงหน้า” เข้าที่ประชุม เพื่อให้พอจ่ายแบบไม่สะดุด
👉🏻แทนที่ช่วงวันศุกร์ 16 จนถึง อังคาร 20 ตุลา เราจะสามารถโอนเงินจ่ายประชาขน ได้อีกสัก 1,000-2,000 ล้าน แต่เรากลับ ทำไม่ได้ เพราะวงเงินหมดก่อน
ทำให้ประชาชนเป็นแสนๆคน ที่เคสเขาได้รับการอนุมัติแล้ว แต่กลับต้องรอโอนเงิน เพราะต้องมารอ รมต.ประสิทธิภาพต่ำ เข้าประชุมในวันอังคาร 20 ตุลา เพื่ออนุมัติขยายวงเงินให้ก่อน ถึงจะโอนเงินได้ ทั้งที่อนุมัติล่วงหน้าได้แต่ไม่ทำ
แต่ละวันที่เสียไปของประชาชน มันมีค่าครับ เขาไม่ได้ทำตัว ไร้สาระแบบรมต.นะครับ
.
.
📍[น้ำท่วม สส.ช่วยประชาชน แต่รมต.หายหัว ]
นายภราดร บอกให้ผมร่วมมือกับภาครัฐช่วยพี่น้องผู้ประสบภัย
อยากบอกนายภราดรว่า พวกผมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตั้งแต่วันที่ 25 กันยา ตอนนั้น “ภาครัฐ” ของนายภราดร อยู่ไหนหรือครับ?
ทั้งที่ ผมประสาน จนตั้งศูนย์พักพิงที่แรกในกทม.สำเร็จ และสส.พวกเราสานต่ออีกเป็น 10 แห่งทั้งกรุงเทพ - ผมส่งข้าว ส่งน้ำ เป็นหมื่นชุด - รับส่งคน เป็นร้อยชีวิต
ขณะที่ตัวนายกและพรรคภูมิใจไทย ของนายภราดร ยังเป็นใบ้อยู่เลย ไม่ใช่หรือครับ?
พึ่งจะตื่น ตอนน้ำท่วมกรุงเทพไปแล้ว 5 วัน พึ่งจะตั้งครัวกลาง เมื่อวันที่ 29 กันยา ตอนระดับน้ำหน้าสนง.พรรคภูมิใจไทย ลงแล้ว
📌ตอนวิกฤต รมต.พรรคภูมิใจไทย หายหัวหมด และ ทำ content เอาหน้าเก่งกันมาก แข่งกันอยู่ 2 เรื่อง ข้าวกล่องแปะสติ๊กเกอร์ ครัวภูมิใจไทย กับ เคลมท่อซิ่ง
.
.
📍[รมต.ที่ไม่รู้หน้าที่ - ทางรัฐ มีปัญหา แต่กลับไม่รู้เรื่อง]
นายภราดร เป็น รมต.ประจำสำนักนายก มีหน้าที่กำกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ที่ดูเรื่อง “แอปทางรัฐ” โดยตรง
แต่จนถึงตอนนี้ นายภราดรยังไม่รู้เรื่องว่า ระบบหลังบ้าน ของแอปทางรัฐ มีปัญหา เพราะ ระบบแนบบ้านน้ำท่วมไม่ได้ จึงทำให้การอนุมัติเงินน้ำท่วม “ล่าช้า” - จนท.กทม.ต้องแจ้งให้ส่งรูปเพิ่มเติมมาทางไลน์ ไม่ก็ให้ไปยื่นเพิ่มเติมที่เขต วุ่นวายประชาชน 2 รอบ
ถ้าวันนี้ ประชาชนเดินไปยื่นเอกสารใหม่ ที่สำนักงานเขต เผลอๆจะได้เงินไวกว่า ยื่นผ่านแอปทางรัฐ ของ DGA ที่นายภราดรกำกับเสียอีก แต่ตัวรมต.ยังไม่รู้เรื่อง
ก่อนหน้านี้ เรื่องตัวเลขการระบายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา เป็นถึงรมต.ยังสื่อสาร “มั่ว” ไปหมดทั้งพรรค ตัวเลขมั่วทั้ง 2,200, 2,500 และ 2,800 ลบ.ม./ว ไม่แปลกใจที่คนภาคกลาง เจอน้ำท่วมทุกปี
สุดท้าย จบคอนเซปเดิม คือ ปล่อยให้วิบัติ และเอาถุงยังชีพของหลวงไปแจก สร้างบุญคุณเรื่อยๆ วนไป
‘ภราดร’ ย้อน ‘ศุภณัฐ’ เป็น ‘สส.กทม.’ ควรลงพื้นที่ช่วยประชาชน ไม่ใช่นั่งหาข้อมูลมั่ว จ้องดิสเครดิตรัฐบาล สับ เป็น ‘ผู้แทนราษฎร’ ไม่ใช่ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ ขอร้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ
วันที่ 17 ต.ค.69 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวหา รัฐบาลคำนวณงบเยียวยาน้ำท่วมภาษีผิด ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 4 เท่า จี้เพิ่มอีก 1.2 หมื่นล้านบาท โดยนายภราดร กล่าวว่า อย่ามุ่งร้าย สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด ทำให้สังคมปั่นป่วน จนเกิดจลาจลได้
นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลรู้ถึงความจำเป็นของพี่น้องประชาชน ครม.ได้อนุมัติรอบแรก 4,700 ล้านบาท และ เตรียมอนุมัติงบกลางเพิ่มเติม หาก ปภ. เสนอเรื่องของบประมาณเพิ่มเติมมา
ทั้งนี้ ตนต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ไม่หลงเชื่อ และขอให้ติดตามข้อมูลจากรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ สส.ฝ่ายค้าน มีสติ หยุดสร้างกระแสแบบนี้ เพราะท่านคือตัวแทนของ ประชาชน
“อย่างกรณีของ สส.กทม. ควรร่วมมือกับภาครัฐ ช่วยพี่น้องที่ประสบภัย จะดีกว่า การนั่งหาข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงครึ่งเดียว เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล เพราะท่านเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์” นายภราดร กล่าว
ขยี้กระแส retweeted
หลายคนอินบอคมาถามว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่จะเกิดขึ้นในวันที่อาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พรรคประชาชนส่งทีมไหน? ไอซ์ต้องขอย้ำว่าตามกฎหมายแล้ว พรรคการเมืองห้ามส่งคนลงรับสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ดังนั้นไม่มีทีมของพรรคประชาชน ❌
แต่ถ้าถามว่าส่วนตัวไอซ์เชียร์ทีมไหน 😇
แน่นอน 100% ต้องเป็นทีม ประกันสังคมก้าวหน้า @progressivesso ทั้งฝั่งนายจ้างและผู้ประกันตน
การได้บอร์ดเกินครึ่ง เพื่อให้ชนะในการโหวตโดยไม่ต้องง้อใคร สำคัญมาก
ไอซ์เชื่ออย่างแรงกล้าว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้า จะมาช่วยเปลี่ยนแปลงกองทุนประกันสังคมให้มันดีขึ้น ทำให้เงินของทุกท่านมั่นคงยั่งยืน จ่ายให้ทุกคนอย่างเป็นธรรมเหมาะสม และ เป็นเบาะรองในวันที่ทุกคนเปราะบาง
ที่สำคัญพวกเค้ามีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ที่จะกำจัดเห็บหมัดที่เกาะกินกองทุนประกันสังคม
ก่อนจะวันที่อาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมนี้ มีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน ขอให้ทุกคนซัพพอตเพื่อนๆของไอซ์ด้วยนะคะ เซฟรูปส่งไปให้เพื่อนๆ ให้คนรู้จัก ส่งไปในกลุ่มต่างๆ ฝากด้วยนะคะ ขอคะแนนให้พวกเค้า ภาระกิจนี้ไอซ์ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องขอแรงจากทุกคน
ที่สำคัญ วันเลือกตั้งอย่าลืมแวะไปเฝ้าคะแนนของท่าน เราเห็นแล้วใช่ไหมว่าเลือกตั้งใหญ่เค้าทำอะไรได้บ้าง  การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอาจจะยิ่งกว่า 
ก็นี่แหละ รักชนก
ไอซ์มันทุ่มชีวิตให้กับพรรคให้กับการทำหน้าที่ สส.ราวกับชีวิตไม่มีวันพรุ่งนี้
เพราะชีวิตไอซ์เหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้จริงๆ
วันไหนที่ศาลตัดสิน 112 เข้าคุกก็จบทุกสิ่ง
ไอซ์มันจึงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่มีเวลาเหลืออยู่เพื่อพรรคเพื่อการทำงาน
ขยี้กระแส retweeted
“อ.ปรเมศวร์” ไล่ “รุทธพล” รมว.ยุติธรรม ไปศึกษากฎหมายใหม่ ปมเว็บพนันต่างประเทศ ชี้ไทยมีอำนาจดำเนินคดี
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political/m…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
ขยี้กระแส retweeted
สภาผู้บริโภคเรียกร้อง สส. ถอนร่างแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ที่เปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีบาป เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี เปิด 3 เหตุผลค้าน ห่วงกระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะและการตรวจสอบอำนาจรัฐ ชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้าน
อ่านข่าว : thaipbs.or.th/news/content/5…
#ไทยพีบีเอส #องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย #สสท #thaipbs #กฎหมายไทยพีบีเอส #ภาษีสุราและยาสูบ #งบประมาณรายจ่ายประจำปี #สภาผู้บริโภค #สื่อสาธารณะ #สภาองค์กรของผู้บริโภค #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews
ขยี้กระแส retweeted
ไทยพีบีเอส ต้องเป็นสื่ออิสระ
เพื่อสังคมไทย ต่อไปค่ะ
รัฐบาลเสนอกฎหมาย เปลี่ยนที่มาของรายได้ ไทยพีบีเอส จากภาษีบาป มาเป็นงบประมาณแผ่นดิน
ส่งผลให้สถานะของไทยพีบีเอส กลายเป็นสื่อของรัฐบาล ซึ่งขัดกับหลักการ ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์นี้ ในปีพศ.2535 (หลังเหตุการณ์พฤษภามหาวิปโยค) ที่ต้องการให้ปท.ไทยมีสื่อสาธารณะ ที่เป็นอิสระจากรัฐบาล พรรคการเมือง และกลุ่มทุน
การเสนอร่างพรบ.นี้ เป็นความพยายามของรัฐบาลในการ "กินรวบสื่อมวลชน" ให้มาเป็นเครื่องมือในการ "โฆษณาชวนเชื่อ"
ในฐานะปชช. เราต้องการสื่อสาธารณะ ที่ให้ข้อมูลรอบด้าน เป็น กลาง ประเทืองปัญญา และไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของอำนาจทั้งปวง
จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านช่วยกันส่งเสียง โดยเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อร่างพรบ.นี้ (ลิงค์ในคอมเม้นท์) เพื่อช่วยกันรักษาสื่อสาธารณะ ของประเทศไทยไว้
#saveไทยพีบีเอส #สื่อสาธารณะ #กินรวบสื่อมวลชน
ขยี้กระแส retweeted
รัฐบาลเสนอกฎหมาย เปลี่ยนที่มาของรายได้ ไทยพีบีเอส จากภาษีบาป มาเป็นงบประมาณแผ่นดิน
ส่งผลให้สถานะของไทยพีบีเอส กลายเป็นสื่อของรัฐบาล ซึ่งขัดกับหลักการ ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์นี้ ในปีพศ.2535 (หลังเหตุการณ์พฤษภามหาวิปโยค) ที่ต้องการให้ปท.ไทยมีสื่อสาธารณะ ที่เป็นอิสระจากรัฐบาล พรรคการเมือง และกลุ่มทุน
การเสนอร่างพรบ.นี้ เป็นความพยายามของรัฐบาลในการ "กินรวบสื่อมวลชน" ให้มาเป็นเครื่องมือในการ "โฆษณาชวนเชื่อ"
ในฐานะปชช. เราต้องการสื่อสาธารณะ ที่ให้ข้อมูลรอบด้าน เป็น กลาง ประเทืองปัญญา และไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของอำนาจทั้งปวง
จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านช่วยกันส่งเสียง โดยเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อร่างพรบ.นี้ (ลิงค์ในคอมเม้นท์) เพื่อช่วยกันรักษาสื่อสาธารณะ ของประเทศไทยไว้
#saveไทยพีบีเอส #สื่อสาธารณะ #กินรวบสื่อมวลชน



































