นันนี่ไม่ใช่นันท์ ft. (save me) retweeted
16 ตุลาคม 2563 สลายการชุมนุมแยกปทุมวัน
เช้ามืดวันที่ 15 ตุลาคม 2563 การชุมนุมใหญ่ของคณะราษฎร 2563 ซึ่งมี อานนท์ นำภา เป็นผู้นำม็อบ ถูกสลายในช่วงเช้ามืดด้วยเหตุว่าฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศดังกล่าวออกโดยอาศัยเหตุที่ ‘ขบวนเสด็จ’ แล่นฝ่าเข้ามาในที่ชุมนุมช่วงบ่ายวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เป็นเหตุ ขณะที่แกนนำหลักของกลุ่มราษฎรถูกจับกุมทั้งหมด
ข้ออ้างดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม จากเดิมที่มีข้อเรียกร้องได้แก่ 1. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกจากตำแหน่ง 2. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3. ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้โกรธแค้นมากยิ่งขึ้น
ค่ำวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ผู้ชุมนุม ‘แฟลชม็อบ’ ต่างก็รวมตัวกันที่สี่แยกราชประสงค์ ท้าทายคำสั่งห้ามของรัฐบาลที่ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมโดยเด็ดขาด เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกจับกุมทั้งหมด รวมถึงประกาศนัดหมายและยกระดับการชุมนุมในวันที่ 16 ตุลาคม
ในเวลานั้น พลเอกประยุทธ์แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังทำร้ายใคร และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายที่ถูกทำร้ายและถูกขัดขวางการปฏิบัติงาน จึงต้องประกาศคำสั่งดังกล่าวออกมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ประเทศอยู่ในความสงบ
ถัดมาในช่วงบ่ายของวันที่ 16 ตุลาคม ตำรวจหลายกองร้อยได้เข้าสู่พื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตั้งแนวสกัดต่างๆ ไม่ให้ประชาชนชุมนุม พร้อมปิดการจราจรบริเวณถนนพญาไท ตั้งแต่แยกปทุมวัน แยกราชเทวี รวมถึงแยกสามย่าน ส่วนรถไฟฟ้า BTS มีการปิด 5 สถานีหลักประกอบด้วย ชิดลม ราชดำริ ราชเทวี สยาม และสนามกีฬาแห่งชาติ ทว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่มารอการชุมนุมเริ่มเคลื่อนตัวจากบริเวณแยกราชประสงค์ มารวมตัวที่แยกปทุมวัน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่
กระทั่งในช่วงเวลาราว 17.10 น. แกนนำคณะราษฎร 2563 ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน และผลัดกันขึ้นปราศรัย พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมขนาดใหญ่ซึ่งโดยมากเป็นเยาวชนและนักเรียนรวมตัวกันอย่างแน่นขนัด ทั้งบนสกายวอล์กและบริเวณพื้นถนนแยกปทุมวัน
ต่อมาเวลาประมาณ 18.20 น. สายฝนเริ่มโปรยหนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศข้อบังคับตามสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้งผ่านลำโพงขยายเสียง พร้อมนำรถควบคุมฝูงชนติดตั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงหรือที่หลายคนเรียกว่ารถ ‘จีโน่’ เข้าประชิดแนวผู้ชุมนุมจากฝั่งแยกเฉลิมเผ่า ถนนพระรามที่ 1 และประกาศยกระดับการกระชับพื้นที่เตือนให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ภายใน 3 นาที ไม่เช่นนั้นจะใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ
ในเวลาราว 18.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเริ่มลุกขึ้นและตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนวหน้าเริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมฝั่งถนนพญาไท ต่อมาเจ้าหน้าที่เริ่มกระชับพื้นที่หนักขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนกางร่มต้านแรงดันน้ำ พร้อมขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ และนำสิ่งของต่างๆ มาตั้งกีดขวางการเดินกระชับพื้นที่
ถัดมาเวลา 19.15 น. เจ้าหน้าที่เริ่มใช้น้ำผสมสารสีน้ำเงินฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งสารดังกล่าวมีฤทธิ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดอาการแสบตาและแสบร้อนบริเวณผิวหนัง ทำให้มวลชนเริ่มถอยร่น ขณะที่ตำรวจเริ่มรุกคืบได้มากขึ้นจนใกล้ถึงแยกปทุมวัน ทำให้แกนนำการชุมนุมจึงต้องประกาศยุติการชุมนุม และให้ผู้ชุมนุมถอยร่นไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในเวลานั้น ระบุว่า มีผู้ชุมนุมถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก พร้อมออกหมายจับแกนนำคณะราษฎร 2563 ทั้ง 12 คนในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีจัดการชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14-16 ตุลาคม 2563
การชุมนุมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจต่อเนื่องจนกลายเป็น ‘แฟลชม็อบ’ รายวัน ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้าแยกลาดพร้าว แยกบางนา ฯลฯ ในเวลาต่อมามีการประกาศว่า ‘ทุกคน’ คือแกนนำ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทำอะไรพลเอกประยุทธ์ได้ และในเวลาต่อมา วันที่ 22 ตุลาคม 2563 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม การสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เป็นการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงและยกระดับใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมในปี 2563 ทว่าหลังจากนั้นการชุมนุมในหลายครั้งถัดมา เจ้าหน้าที่ก็มีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมี แก๊สน้ำตา รวมไปถึงกระสุนยาง เพื่อสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นพร้อมยกระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สื่อมวลชนและนักวิชาการต่างเริ่มตั้งคำถามถึงแนวทางการจัดการว่า ได้ปฏิบัติโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะในเวลานั้น ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่ปรากฏถึงความรุนแรงจากฟากฝั่งผู้ชุมนุม
ภาพ: ZUMA/ Reuters
#TheMomentum #OnThisDay #ชุมนุมที่แยกปทุมวัน #คณะราษฎร2563
ไม่ชอบกลิ่นหอกลางชั้น 2 มากๆ มันรวมความทรมานวัยเรียนเอาไว้หมด แต่ก็ต้องจำใจไปอ่าน (ติวกะเพื่อนที่เก่งๆ) ถ้าไม่ไปก็อาจไม่รอด😭



















