ไม่ว่ารัฐบาลไหนอนุญาตให้ทุนกากสารพิษเข้ามาทำร้ายคนไทย
รัฐบาลปัจจุบันก็มีอำนาจเต็มที่ ที่จะแก้ไขจัดการปัญหานี้ให้เด็ดขาด ถ้าทำได้ ก็จะได้รับความนิยมท่วมท้น ถ้าทำไม่ได้ ทุนกากสารพิษจะแพร่กระจายไปทั่วไทย ต่อไปข้าวปลาอาหารเราก็จะส่งออกไม่ได้ ใครจะซื้อข้าวพิษ ปลาพิษไปกิน
เดือดร้อนหนัก! วิกฤตสารพิษในแม่น้ำปราจีน ทำแม่ค้าขายปลาไม่ได้ ทั้งร้านปลาสด-ปลาแห้งต้องปิดร้านเลิกขาย ขาดรายได้ไปตามๆกัน เหลือเพียงหนึ่งเจ้าที่แม้จะรับปลามาจากอ่างทอง แต่ก็ไม่มีใครกล้าซื้อบริโภค
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ปราจีนบุรี
สองท่านนี้ต่อต้านทุนกากสารพิษจีน มีถูกดักฆ่าหลายครั้ง ช่วยกันดันให้เขาดัง เพื่อให้นายทุนไม่กล้าฆ่าเขาครับ
◉ HUMAN RIGHTS: ค่าหัวสี่ล้าน? ‘การคุกคามถึงชีวิต’ ต่อนักปกป้องสิทธิฯ ภาคตะวันออกที่ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเสียงของชาวบ้านมีมูลค่าถึงสี่ล้าน และมูลค่านั้นไม่ใช่การทำประโยชน์แต่เป็น ‘ค่าหัวปิดปาก’
.
นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และนายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม หนึ่งของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ซึ่งเคยเปิดโปงขบวนการทิ้งกากอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับการคุกคามถึงชีวิต หลังพบหลักฐานการคุกคามและทราบว่ามีคน ‘ลงขันจ้างวานมือปืน’ ลอบสังหารเพื่อปิดปากพวกเขา
.
การคุกคามเริ่มตั้งแต่การข่มขู่ ติดตาม พบสุนัขเห่าทั้งคืน-มีรถจอดหน้าบ้านจนคาดว่ามีคนมาเฝ้าสังเกตใกล้ชิด ถูกค้นบ้าน ดักฟัง และฟ้องปิดปาก ไปจนถึงการเสียชีวิตของหมานายสุเมธแบบไม่ทราบสาเหตุ จนในที่สุดนายสุเมธและนายสุนทรก็ได้รับคำเตือนว่า ‘พวกตนถูกตั้งค่าหัว 4 ล้านบาท’ ตลอดช่วงพฤษภาคม-กรกฎาคมที่ผ่านมา
.
สุเมธ-สุนทร เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งที่มีบทบาทในการติดตามและตั้งคำถามต่อปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การขนส่งของเสียอันตราย การประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิล รวมถึงการมีส่วนร่วมตรวจสอบกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในปราจีนบุรี ซึ่งเผชิญการขยายตัวของอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาโรงงานรีไซเคิลและโรงงานจัดการของเสียที่เข้ามากระจุกตัวในพื้นที่
.
หลายกรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาของทุนสกปรกที่ละเลยกฎหมายและผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีข้อสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ
.
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มทุนทำตัวเหนือกฎหมาย การลุกขึ้นมาต่อสู้ของประชาชนกำลังถูกปิดกั้นเสรีภาพและถูกคุกคาม หลายคนถูกแจ้งข้อหา บังคับให้สูญหาย หรือถูกสังหาร
.
ก่อนหน้านี้ยังมีกรณีที่คล้ายคลึงกัน เมื่อผู้ใหญ่ประจบ เนาวโอภาส นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แกนนำค้านบ่อขยะพิษหนองแหน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ลุกขึ้นมาต้านภัยกากสารเคมีและขยะพิษถูกลอบยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 และผู้จ้างวานข้าถูกยกฟ้องลอยนวล
.
เหตุใดบ้านที่ปลอดภัย-ดินที่ไม่ปนเปื้อน-น้ำที่สะอาด-อากาศที่หายใจได้ กลับกลายเป็นการเรียกร้องที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกและถูกตีกลับมาเป็นราคาค่าหัว ทั้งที่เสียงของประชาชนไม่ควรถูกปิดด้วยการข่มขู่หรือความรุนแรง และการปกป้องสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่ควรเป็นภัยต่อชีวิต ไม่ว่ากับใครก็ตาม
.
อ้างอิง
facebook.com/share/p/1HkZj4P…
thaipbs.or.th/locals/content…
isranews.org/content-page/it…
thaipbs.or.th/news/content/2…
ครั้งนี้ยอมยกดินแดนให้รัสเซียควบคุมแบบชั่วคราวก่อน ซึ่งครั้งก่อน ๆ ยังไม่เคยยอม ถือว่าเริ่มถอยแล้ว เป็นพัฒนาการที่จะยุติสงครามที่ดูเป็นรูปธรรมที่สุดตั้งแต่รบกันมา
NEW: Ukrainian President Volodymyr Zelenskyy tells @kilmeade he would accept a peace deal that freezes the war along the current frontlines, calling it a realistic way to stop the fighting.
He says Ukraine would then seek security guarantees from President Trump and European allies to ensure peace and security.
"We call it ceasefire or stop killing like President Trump called it. Freeze and stop. And of course this is minimum what we need from Russia today." | @foxandfriends
อย่าให้ฟีดมีแต่ ไอเดียร์ กับ ไอซ์ ขยะสารพิษไม่มีวันหมดอายุ อย่าให้ทุกจังหวัดเป็นปราจีนบุรีโมเดล
22 ต.ค. 69 ถือเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพงระดับโลกสำหรับปรากฏการณ์ “หมู่บ้านมะเร็ง” (Cancer Villages) หรือในภาษาจีนเรียกว่า “อ๋ายเจิ้งชุน” (癌症村) เงามืดอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้ฉากหลังการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีน หลังการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้ทิ้งมลพิษทางน้ำ ดิน และอากาศ จนส่งผลให้ประชาชนในชุมชนชนบทหลายแห่งต้องป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอย่างผิดสังเกต
.
ข้อมูลการประเมินจากสื่อมวลชน นักวิชาการ และองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ระบุว่า จีนเคยมีชุมชนที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “หมู่บ้านมะเร็ง” กระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึง 459 แห่ง โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม เหมืองแร่ หรือแม่น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ตัวอย่างเคสสำคัญ ได้แก่
.
หมู่บ้านหยางหลิงกั่ง (ริมแม่น้ำแยงซี) ถูกโอบล้อมด้วยโรงงานกระดาษ โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม พบชาวบ้านเสียชีวิตจากมะเร็งอย่างน้อย 11 รายตั้งแต่ปี 2003 ขณะที่แหล่งน้ำดื่มประจำหมู่บ้านมีกลิ่นและรสชาติแปลกปลอมคล้ายสารเคมี
.
หมู่บ้านอู่หลี่ (ใกล้เมืองหางโจว) ตั้งอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรมเคมีตั้งแต่ปี 1992 ชาวบ้านพบสถิติผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงถึง 60 รายในช่วงปี 1992–2004 ท่ามกลางสภาพน้ำที่กลายเป็นสีดำและกลิ่นฉุนของสารพิษ
.
หมู่บ้านตงซิง (มณฑลเจียงซู) เคยเผชิญวิกฤตโรงงานผลิตสารคลอโรฟีนอล (สารก่อมะเร็ง) ปริมาณปีละ 2,000 ตัน ส่งผลให้มีผู้ป่วยมะเร็งพุ่งสูงกว่า 100 รายในช่วงปี 2000–2005 ก่อนที่โรงงานจะถูกสั่งปิดในปี 2010 แต่ทิ้งกากพิษฝังกลบใต้ดินไว้ให้ชาวบ้านหวาดผวา
.
จากรายงานในปี 2013 พบว่า อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งของชาวจีนเพิ่มขึ้นถึง 80% ในช่วงเวลา 30 ปี ขณะที่แม่น้ำและทะเลสาบกว่า 70% ทั่วประเทศปนเปื้อนพิษอย่างหนัก ปรากฏการณ์นี้ถูกขับเคลื่อนและเรียกร้องโดยนักสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 จนกระทั่งในปี 2013 กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน ได้ระบุคำว่า “หมู่บ้านมะเร็ง” ลงในเอกสารราชการระดับกระทรวงอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในการยอมรับความผิดพลาดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ขาดการควบคุม
.
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
ทุกคนก็รู้กันหมดว่าเขาจะทำอะไร แต่ทำไมมีแต่หมอวรงค์ที่คัดค้านตรวจสอบเรื่องแบบนี้ ฝ่ายค้านมีเป็นร้อย ทำอะไรอยู่
ดีใจ ในที่สุดสื่อใหญ่ก็ทำเรื่องนี้
ปราจีนบุรีเดือด! ชาวบ้านกว่า 2,000 คน ลุกฮือค้านโรงงานขยะ จี้ปิดถาวร ขนภูเขาขยะพ้นพื้นที่ หวั่นน้ำดำกระทบเกษตรกรถึงท้ายน้ำฉะเชิงเทรา
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/social/morn…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวภูมิภาค #ปราจีนบุรี #ค้านโรงงานขยะ








