Pinned Tweet
Hi! I'm Mayu ꒰ᐢ. .ᐢ꒱₊˚⊹
🇹🇭 Native Thai Speaker
📚 Learning English & Chinese 🇺🇸🇨🇳
💭 Aiming for Korean & Japanese next! 🇰🇷🇯🇵
💕 K-pop, anime, series, art & books
—
↺ / ♡ = let’s be friends! 🥰
🎀 ask me anything: ngl.link/mayu__quest
#studytwt #langtwt #booktwt
⋆˚࿔ m a y u ˚⋆ ૮ • ﻌ - ა retweeted
เราเคยใช้วิธีนี้ด้วยค่ะ – Comparative reading คืออ่านทั้ง 2 ภาษาควบคู่กันไป
• ช่วยได้เยอะมาก build up massive vocabulary ได้เลย (แต่วิธีนี้จะ take time นิดนึง)
• นอกจากได้เรื่องคำศัพท์ วิธีนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจว่าบางครั้งมันไม่สามารถแปลแบบ direct translation ได้
• อย่างพวกสำนวนที่มันไม่สามารถแปลตรงตัวได้ วิธีนี้ช่วยได้เยอะมากค่ะ
• หรือคำศัพท์พวกที่ความหมายใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันเลย เช่น shame/embarrassment การอ่านควบคู่ไปทั้งสองภาษาจะทำให้เราเก็ทไอเดียของการใช้ว่ามันต่างยังไง ใช้ในบริบทไหน (เพราะมีเล่มแปลมาช่วยอธิบายนั่นเอง)
• จะเริ่มจาก take notes เป็นพวกประโยคที่เราชอบก่อนก็ได้นะคะ อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ
• ทำตามเทคนิคนี้คือเรากำลังป้อน comprehensible input ให้กับตัวเองค่ะ การอ่านคือวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มอินพุทให้เราได้เยอะมากๆ :)
• Curiousity is key ให้ความสงสัยใคร่รู้นำทางในการเรียนรู้คำศัพท์ อย่างเวลาอ่านภาษาไทย พยายามลองนึกว่า ภาษาอังกฤษจะพูดว่าอะไรนะ พูดประมาณนี้ได้ไหม ลองนึกก่อนเปิดดู
• และสำคัญสุดที่สุด คือ เลือกหนังสือที่เราชอบ แนวที่เราสนใจ (คือเราอินนั่นแหละ ☺️ มันก็เลยรู้สึกไม่ฝืนเวลาอ่าน) เพราะมันจะช่วยให้เราโฟกัสกับเนื้อหาได้นานขึ้นค่ะ
นี่เคยมานั่งรีวิววิธีการเรียนภาษา (อังกฤษ) ของตัวเองตั้งแต่ช่วงแรกๆ จนถึงตอนนี้เหมือนกันค่ะ เรารู้สึกว่าแนวทางการเรียนมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเป้าหมายในแต่ละช่วงเหมือนกัน
•
ช่วงแรกๆเลย ที่คลังศัพท์ตัวเองน้อย ก็รู้สึกว่าตัวเองท่องศัพท์แบบเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน ยิ่งเยอะยิ่งดี ทั้ง flashcards ทั้งจดลงสมุด บันทึกใน Notion ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ มันดีแหละ เพราะมันช่วยในเรื่องการอ่านอีกที พอเราฝึกอ่านไปด้วยมันจะช่วยคัดกรองเรื่องลิสต์คำศัพท์ให้อีกทีค่ะ คำไหนที่เราเจอบ่อยๆ ในบทความ คำพวกนี้แหละสำคัญ ต้องเน้น เพราะมันเป็น core words เจอได้ในบทความหลากหลายหัวข้อ ดังนั้น ลิสต์ตอนแรกที่เราท่องมาเยอะๆ ก็จะลดลงมาแล้ว
•
พอคลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นระดับหนึ่งที่สามารถอ่านได้คล่อง ไม่ต้องเปิดดิกบ่อยแบบเมื่อก่อน แนวทางการเรียนรู้ หรือกระทั่งการจดศัพท์ของตัวเองก็เปลี่ยนไป คือ เน้นว่าเอาไปใช้ยังไง จำนวนคำที่จดน้อยลง ไม่จดทุกคำที่ไม่รู้ แต่เลือกจดคำที่เราคิดว่าเราจะได้เอาไปใช้พูด ใช้เขียน (ซึ่งเราว่าลิสต์คำศัพท์ในขั้นตอนนี้ของแต่ละคนมันจะแตกต่างกันตามสายงาน หรือกิจกรรมที่คนคนนั้นทำด้วยค่ะ)
⋆˚࿔ m a y u ˚⋆ ૮ • ﻌ - ა retweeted
รวมช่องทางการดูน้อง ๆ Chiikawa แบบถูกลิขสิทธิ์!!
🤍YouTube
1)Chiikawa Official
-เสียงพากย์ภาษาอังกฤษ ฟังง่ายเหมาะกับการฝึกฟังง่ายๆ
-สามารถกดแปลซับได้
-ลงตอนใหม่ทุกสัปดาห์ เริ่มลงตั้งแต่ตอนที่ 1 ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ตอน
2)ช่อง めざましテレビチャンネル
-เสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่น
-สามารถกดแปลซับได้
-ปกติลงตอนใหม่ทุกวัน อังคารและศุกร์แต่ขณะนี้ระงับการลงตอนใหม่ชั่วคราว และจะกลับมาฉายอีกครั้งในปีหน้า แต่ยังสามารถรับชมย้อนหลังได้ตั้งแต่ ตอนที่ 1
❤️Netflix
-เสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่น
-มีซับให้เลือก
-เริ่มตั้งแต่ ตอนที่ 241–362
💚iQIYI
-เสียงญี่ปุ่น
-มีซับ
-เริ่มตั้งแต่ ตอนที่ 363–382 ดูฟรี10ตอน(ตอนที่ 382 คืออนิเมะตอนล่าสุดที่มีให้รับชมในขณะนี้ค่ะ)
คิดว่าน่าจะดูได้ครบกันทุกตอนเลยค่ะ ใดๆที่คิดถึงที่สุดคือพากย์ไทย อยากให้มีการนำกลับมาอีกจังเลยค่ะ ไอเลิฟนักพากย์ไทย💖
⋆˚࿔ m a y u ˚⋆ ૮ • ﻌ - ა retweeted
รวม learning resources สำหรับ micro learning 📝🧠 ได้ฝึกภาษาอังกฤษ + เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สร้าง cognitive reserve พลังงานสำรองของสมอง ใช้เวลาแค่ 5-10 นาที
📝 BBC Ideas วิดีโอสั้น หลากหลายหัวข้อให้เลือก มีซับไตเติ้ลให้ (สำเนียง 🏴)
bbc.com/topics/cxw2g82zr01t
📝 BBC Learning English อันนี้หยิบมาแนะนำบ่อยเลย เพราะมีครบทุกสกิล (สำเนียง 🏴)
bbc.co.uk/learningenglish/en…
📝 TED-Ed อันนี้ก็หยิบมาพูดบ่อยเหมือนกันค่ะ เพราะเนื้อหาสั้น หัวข้อหลากหลายครอบคลุม (สำเนียง 🇺🇸)
ed.ted.com/
*มีช่องยูทูปด้วย แต่เข้าผ่านเว็บไซต์จะมี options ให้เลือกเยอะกว่า เช่น บันทึกบทเรียนของเราเอง มีแบบฝึกหัด
📝 Kurzgesagt - In a Nutshell เป็นช่องจากเยอรมันค่ะ ย่อยความรู้ให้เข้าใจง่ายผ่านอนิเมชันสีสันสดใส
youtube.com/@kurzgesagt
เราสามารถทำ micro learning (ใช้เวลาแค่ 5-10 นาที/วัน) โดยใช้คอนเซ็ปต์ของ “Tiny Experiment” ในการฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษใน BBC ได้นะคะ
*Tiny Experiment เป็นแนวทางจากหนังสือของนักประสาทวิทยาศาสตร์ ที่ได้ลองมาปรับใช้แล้วเวิร์คมากกก เลยอยากให้ทุกคนลองทำดูค่ะ
🎯 ตั้งเป้าหมายเล็กๆ สำหรับการทดลอง
I will [action] for [duration]
ก็คือให้เราได้ทดลองทำในระยะสั้นก่อนค่ะ สร้าง small wins ให้ตัวเองก่อน หาข้อดีข้อเสีย อันไหนเวิร์ค ไม่เวิร์ค เช่น
👉 I will [read articles from BBC's Reading room] for [1 week]
ทีนี้พอครบสัปดาห์ เราก็มา review/reflect ด้วยการถามตัวเอง 3 ข้อ คือ
➕ What went well?
➖ What didn't?
⏭️ What can I do next?
อันไหนเวิร์ค เราก็ทำต่อไป แต่อันไหนรู้สึกว่ามันไม่โอเค ยังไม่เหมาะกับเราก็อาจจะยังก่อน แล้วมีอะไรที่เราอยากจะเสริมเข้าไหม ก็คือยังไม่ต้องมีวิธีที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มต้น แค่ต้องเริ่มก่อน :) ใช้ experimental mindset 👩🏻🔬































