ค้นหาวิธีทำงานกับ AI ให้ Meaningful

Bangkok, Thailand
Joined January 2022
AI Brain Fry อาการสมองไหม้จากการตรวจงาน AI ทั้งวัน + 4 วิธีแก้ (พัก · Time-boxing · Batch Decision · จำกัด Session) #peesamac #AI #AIBrainFry #ClaudeCode #ทำงานกับAI
1
145
GPT-6.1 Terra คือโมเดลรุ่นกลางตัวใหม่ของ OpenAI ที่เก่งเรื่อง "ใช้คอมพิวเตอร์แทนเรา" มันมองหน้าจอแล้วเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็กดสั่งงานข้ามแอพต่อได้เอง และที่สำคัญคือราคาถูกลงมาก OpenAI ทดสอบด้วย benchmark ชื่อ Agents' Last Exam ซึ่งเป็นงานแบบมืออาชีพจริงๆ เช่น เอาแบบสถาปัตย์มาทำเป็นโมเดล 3D หรือดูหนังแอนิเมชันทีละช็อตแล้วทำ log พร้อม timecode ให้ทีมบูรณะหนัง ที่ระดับ reasoning กลางๆ Terra ทำคะแนนได้สูงกว่ารุ่นก่อนอย่าง GPT-5.6 Terra ถึง 15 คะแนน โดยใช้ต้นทุนแค่ราว 1 ใน 3 และทำได้พอๆ กับ GPT-6 Astra ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ทั้งที่ราคาต่อ token แค่ 1 ใน 10 เรื่องความเร็วก็น่าสนใจ โดยเฉลี่ยมันทำงานเสร็จเร็วกว่าทั้ง GPT-6 Astra และ GPT-6.1 Sol มากกว่า 3 เท่า ราคา API มาตรฐานอยู่ที่ $1 ต่อล้าน input token และ $5 ต่อล้าน output token ซึ่ง OpenAI บอกว่าถูกกว่าทั้ง GPT-5.6 Terra และ GPT-6.1 Sol ครึ่งหนึ่ง ตัวอย่างงานที่เขายกมาคือให้ AI อ่านใบแจ้งหนี้ที่เข้ามาแล้วกรอกลงโปรแกรมบัญชีเอง ซึ่งเป็นงานปริมาณเยอะที่ก่อนหน้านี้ใช้ Agent ทำแล้วค่าใช้จ่ายสูงเกินไป OpenAI ยังเทียบกับคู่แข่งตรงๆ ด้วย ว่าที่ระดับ reasoning สูงสุด Terra มีต้นทุนต่องานต่ำกว่า Claude Opus 5.5 ประมาณ 9 เท่า อันนี้เป็นตัวเลขที่ OpenAI ประกาศเอง ต้องรอดูผลทดสอบจากภายนอกอีกที แต่เขาก็บอกไว้ชัดว่าถ้าเป็นงาน research เชิงลึกหรือเขียนโค้ดที่ซับซ้อน ยังแนะนำให้ใช้ Sol หรือ Astra อยู่ ส่วน Terra เหมาะกับงานทั่วไปที่ทำกันทั้งวัน ช่วยให้ usage ที่มีใช้ได้นานขึ้น ตอนนี้เปิดให้ผู้ใช้ Plus, Pro, Enterprise และ Edu ใช้งานได้แล้วใน ChatGPT Work และ Codex ส่วนนักพัฒนาเรียกผ่าน API ได้ด้วยชื่อ gpt-6.1-terra ความเห็นส่วนตัวผม การแข่งขันตอนนี้ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครฉลาดที่สุดแล้ว แต่วัดว่าใครทำ AI Agent ได้ "ถูกพอจะปล่อยให้ทำงานทั้งวัน" ก่อนกัน ใครเคยติดเรื่องค่าใช้จ่ายตอนจะเอา Agent มาใช้ในองค์กร รุ่นนี้น่าลองเอาไปเทียบดูครับ
10
1
11
607
ยังไง
Claude. Made for iPhone Duo.
118
ffmpeg-skill คือ skill ที่ให้ AI coding agent กลายเป็นคนตัดต่อวิดีโอในเครื่องเรา สั่ง Claude Code, Cursor หรือ Codex ให้ตัดคลิป ใส่ซับ เปลี่ยนสัดส่วน แล้วมันตรวจงานตัวเองก่อนบอกว่าเสร็จ ไม่ต้องใช้ cloud ไม่ต้องมี API key ปกติเราสั่ง Agent ให้ใช้ FFmpeg มันก็ทำได้ แต่ส่วนใหญ่คือเดา เดา frame rate เดา codec บางทีเรนเดอร์ใหม่ทั้งไฟล์ทั้งที่แค่ copy stream ก็พอ แล้วก็ตอบว่าเสร็จแล้วโดยไม่เคยเปิดดูผลเลย skill นี้เลยบังคับให้ทำตามลำดับ วัดไฟล์จริงก่อน ตัดแบบไม่เสียคุณภาพถ้าทำได้ แล้วตรวจผลทุกครั้งก่อนส่งงาน ในชุดมีเครื่องมือ 42 ตัว ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่คนทำคอนเทนต์ใช้ ตัดต่อ ต่อคลิป ตัดช่วงเงียบ แปลงคลิปแนวนอนเป็น 9:16 ใส่ซับแบบเด้งทีละคำสไตล์คาราโอเกะ ปรับความดังเสียงให้ได้มาตรฐานแพลตฟอร์ม ใส่ LUT แปลง HDR เป็น SDR ซิงก์เสียงที่เพี้ยน ไปจนถึงงาน multicam และประมวลผลทั้งโฟลเดอร์ทีเดียว ทุกเครื่องมือเรียกผ่าน MCP ได้ด้วย ค่าเริ่มต้นจะโชว์แค่ 12 ตัวหลักเพื่อไม่ให้กิน context ของ Agent เยอะ แต่ยังเรียกครบทั้ง 42 ตัวด้วยชื่อได้ และมันไม่รันคำสั่งผ่าน shell หรือรับ filter graph ดิบจากใคร ทุกอย่างเป็นสคริปต์ที่มี argument ชัดเจน ใน README มีตัวอย่างก่อนและหลังให้ดู 66 แบบ พร้อมคำสั่งใต้ทุกอัน ทดสอบกับ FFmpeg ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.1 ถึง 9 ใช้แค่ ffmpeg กับ python3 ในเครื่อง ติดตั้งด้วย npx ffmpeg-skill คำสั่งเดียว เหมาะกับฟุตเทจที่เราไม่อยากอัปโหลดขึ้นไหน ผมตัดคลิปลง TikTok กับ YouTube อยู่ทุกสัปดาห์ ส่วนที่เสียเวลาที่สุดไม่ใช่การเลือกช็อต แต่เป็นงานจุกจิกอย่างตัดช่วงเงียบ ปรับเสียง แปลงสัดส่วน ซึ่งพวกนี้ปล่อยให้ Agent ทำได้เลย แล้วเราเก็บแรงไว้คิดเรื่องเล่าดีกว่า repo เพิ่งเปิดต้นเดือนกันยายน ไลเซนส์ MIT ดาวบน GitHub เกือบ 3 พันแล้ว และบน npm ถูกโหลดไปกว่า 1,800 ครั้งในสัปดาห์เดียว #peesamac #FFmpeg #ClaudeCode #AgentSkills #VideoEditing
32
75
2,313
Answer me with HTML คือ skill ที่ทำให้ AI Agent ตอบคำถามยากๆ เป็นหน้าเว็บ 1 หน้าที่มีแผนภาพ ตาราง และ flow ให้ดูรวดเดียว เลิกพ่นกำแพงตัวหนังสือยาวเหยียดใส่เรา ใครใช้ Claude Code หรือ Codex บ่อยๆ น่าจะเคยเจอ ถามเรื่องซับซ้อนอย่าง TCP handshake หรือโครงสร้าง repo แล้วได้ข้อความยาวเป็นพรืด ต้องอ่านทีละบรรทัดแล้วนึกภาพเอาเองในหัว skill นี้เปลี่ยนคำตอบแบบนั้นให้กลายเป็นหน้าเดียวที่มี sequence diagram, state diagram และตาราง flag อยู่ครบ เคล็ดลับอยู่ที่ว่าโมเดลไม่ได้เขียน HTML เอง มันเขียนแค่ร่าง Markdown สั้นๆ แล้วส่งให้ CLI ที่มากับ skill แปลงเป็นหน้าเว็บในราว 50 มิลลิวินาที ผู้ทำนับให้ดูว่าหน้า HTML ที่โมเดลเขียนเองเกือบครึ่งเป็นพิกัด SVG อีกเยอะเป็น CSS กับแท็ก มีเนื้อหาจริงแค่ราว 21% ผลทดสอบของเขาเองกับ Claude Sonnet 5.5 คือโมเดลเขียนน้อยลงราว 8 เท่า จากเฉลี่ย 4,893 token เหลือ 612 และได้หน้าเร็วขึ้นจาก 31 วินาทีเหลือ 12 วินาที แต่เขาก็บอกตรงๆ ว่าค่าใช้จ่ายรวมลดแค่ราว 15% เพราะทุกรอบยังต้องอ่าน system prompt กับบทสนทนาเหมือนเดิม ผมชอบที่เขาเปิดตัวเลขส่วนนี้ด้วย ถามแบบไหนก็ได้หน้าตาต่างกัน ถามเทียบ Redis กับ Memcached ได้ตารางติ๊กถูกผิดพร้อมข้อสรุป ถามประวัติ Kubernetes ได้ timeline ถามให้วางแผนแก้โค้ดได้โค้ดจริงจากไฟล์เรา พร้อมจุดที่ต้องตัดสินใจให้กดเลือกบนหน้าเลย ส่วนคำถามบรรทัดเดียวมันก็ตอบบรรทัดเดียวเหมือนเดิม ไม่ทำหน้าให้เปลือง ใช้ได้กับ Claude Code, Codex, Cursor, OpenCode และอีกหลายตัว ต้องมี Node.js 20 ขึ้นไป ใน Claude Code ลงเป็น plugin ได้เลย หน้าที่ได้เป็นไฟล์เดียว เปิดแบบ offline ได้ และสลับธีมหรือโหมดมืดได้จากมุมขวาบน โปรเจกต์นี้เพิ่งเปิดต้นเดือนตุลาคม ไลเซนส์ MIT ดาวบน GitHub ทะลุ 4 พันแล้ว ผมว่าเหมาะมากกับคนที่ใช้ AI ช่วยเรียนเรื่องยากหรืออธิบายงานให้ทีมดู เพราะภาพเดียวมักเข้าใจเร็วกว่าย่อหน้ายาวๆ หลายเท่า #peesamac #AnswerMeWithHTML #ClaudeCode #AgentSkills #AItools
1
26
1
54
1,703
Agent Toolkit for AWS คือชุดเครื่องมือทางการจาก AWS ที่สอน AI coding agent ให้ทำงานบน AWS เป็น ตั้งแต่เลือก service เขียน infra ไปจนถึง deploy จริง แถมมีรั้วกั้นให้ด้วย ใครเคยสั่ง Claude Code หรือ Codex ให้ช่วยขึ้นระบบบน AWS น่าจะเจอเหมือนผม คือ Agent เดา API ผิดบ้าง อ้างอิง docs เก่าบ้าง พอจะให้มันแตะ account จริงก็ไม่ค่อยกล้า เพราะไม่รู้ว่ามันจะไปกดอะไรเข้า ในชุดนี้มี 3 อย่างหลัก ตัวแรกคือ AWS MCP Server ที่ AWS โฮสต์ให้เอง เรียก API ได้ครบ 300 กว่า service ผ่าน endpoint เดียว ค้น docs ล่าสุดได้แบบไม่ต้อง login และรันสคริปต์ Python ใน sandbox แยกได้ ตัวที่สองคือ Skills ชุดคำสั่งและเอกสารอ้างอิงที่ Agent โหลดมาใช้เฉพาะเรื่องที่กำลังทำ ตัวที่สามคือ Plugins ที่รวม MCP กับ Skills ไว้ในก้อนเดียว ติดตั้งทีเดียวจบ Plugin มีให้เลือกตามงาน aws-core สำหรับเรื่องพื้นฐานทั้ง CDK, CloudFormation, serverless, container, billing ส่วน aws-agents ไว้สร้าง AI Agent ด้วย Bedrock กับ AgentCore มี aws-data-analytics สำหรับงาน data lake กับ ETL และตัวที่ผมว่าเหมาะกับสตาร์ทอัพมากคือ aws-startup-advisor ที่ช่วยแนะสถาปัตยกรรมเล็กสุดที่พอกับ stage ของทีม ตอบเรื่องเครดิต AWS Activate และช่วยย้ายมาจาก Azure, Google Cloud, Heroku หรือย้ายการเรียกโมเดลจาก OpenAI, Gemini มาที่ Bedrock จุดที่ผมว่าสำคัญสุดสำหรับองค์กรคือเรื่องควบคุม IAM แยกได้ว่าอันไหน Agent ทำ อันไหนคนทำ เขียน policy ให้ Agent อ่านได้อย่างเดียวก็ได้ ถึงตัวเราจะมีสิทธิ์เขียนก็ตาม ทุก request มี log ใน CloudTrail และ metric ใน CloudWatch ให้ตามดูย้อนหลังได้หมด ใช้ได้กับ Claude Code, Codex, Cursor, Devin, Kiro และ fx ฝั่ง Claude Code มีใน marketplace ทางการอยู่แล้ว พิมพ์ /plugin install aws-core@claude-plugins-official ได้เลย ส่วนใครใช้ AWS CLI เวอร์ชัน 2.35.0 ขึ้นไป พิมพ์ aws configure agent-toolkit จะมี wizard ตรวจว่าเครื่องเรามี Agent ตัวไหนบ้าง แล้วลง skills กับตั้งค่า MCP ให้ในขั้นตอนเดียว ตัวนี้ AWS วางเป็นรุ่นต่อจาก MCP server กับ skills ที่เคยปล่อยใน AWS Labs ไลเซนส์ Apache 2.0 ดาวบน GitHub 3.2k แล้ว คนทำงานบน AWS ทุกวันลองติดตั้งตัว aws-core ดูก่อนครับ #peesamac #AWS #AgentToolkit #ClaudeCode #MCP
2
12
31
1,183
Every Joule เปลี่ยนวิชาฟิสิกส์เป็นสมุดภาพ 3 มิติที่กดเล่นได้ ทำด้วย Claude + Three.js · ใครสนใจคอมเมนต์คำว่า Skill #peesamac #AIforEducation #Claude #Threejs #การศึกษา
4
5
15
686
earshot คือ "หู" ให้ AI coding agent ได้ยินเสียงที่ตัวเองทำ ฟังแล้วบอกได้ว่าเสียงนี้เหมือนอะไร ลงจังหวะกับภาพไหม แถมสร้างเสียงเองด้วยโค้ดแล้วฟังแก้จนดีขึ้นได้ ทุกวันนี้ Agent เขียนโค้ดเรนเดอร์คลิป ทำ product demo หรือทำเกมได้แล้ว แต่ปัญหาคือมันไม่เคยได้ยินผลงานตัวเองเลย แยกไม่ออกว่าเสียงกดคีย์บอร์ดอันไหนฟังแพง อันไหนฟังถูก ไม่รู้ว่าเสียงกระแทกมาช้ากว่าจังหวะตัดภาพไป 80 มิลลิวินาที หรือเพลงดันขึ้นผิดที่ earshot เลยแปลงเสียงให้เป็นหลักฐานที่ Agent เอาไปคิดต่อได้ สั่ง describe ก็บอกเป็นคำพูดว่าไฟล์นี้ฟังเหมือนอะไร สั่ง find ก็หาช่วงที่ดีที่สุดในไฟล์เสียงยาวๆ ให้ สั่ง realness ก็บอกได้ว่าเป็นเสียงอัดจริงหรือเสียงที่สังเคราะห์จากโค้ด และสั่ง timeline ก็ได้บันทึกการฟังคลิปทั้งเรื่องแบบวินาทีต่อวินาที ตัวที่ผมชอบที่สุดคือ critique โยนคลิป launch video เข้าไป มันจะให้คะแนนเทียบกับคลิปเปิดตัวสินค้าระดับมืออาชีพ 7 ตัว แล้วบอกเป็นข้อๆ พร้อม timestamp ว่าควรแก้อะไรก่อน ส่วน sheet จะทำภาพ PNG ที่มีเฟรมวิดีโอ spectrogram และจุด sync ให้ Agent ที่อ่านภาพได้ดูประกอบ ฝั่งสร้างเสียงก็ทำได้ earshot forge ให้ Agent เขียนเสียงเป็นสูตรโค้ด เรนเดอร์ออกมาหลายแบบ ให้ตัวตัดสินฟังเทียบกับเสียงจริง แล้วเลือกตัวดีไปปรับต่อ ส่วน earshot fit ทำกลับด้าน คือแปลงไฟล์เสียงที่มีอยู่ให้เป็นโค้ดที่ปรับต่อได้ ในเวอร์ชัน 0.4 มีคลังเสียงที่เก็บเป็นโค้ดแล้ว 252 เสียง ทั้ง UI pop เสียงเคาะไม้ whoosh ชัตเตอร์กล้อง ไปจนถึงเสียงหยดน้ำ คลิปเปิดตัว 22 วินาทีของเขาเองก็ทำเสียงด้วย forge ทั้งหมด ไม่มีเสียงอัดหรือเพลงเลย รันบน CPU ในเครื่องเราได้เลย ใช้ได้ทั้งเป็น CLI, Python API และ MCP server ต่อเข้า Claude Code ได้ตรงๆ มีต่อ Gemini ให้ช่วยวิจารณ์เสียงเป็นตัวเลือกเสริม ซึ่งจะส่งไฟล์ออกไปก็ต่อเมื่อเราใส่ key เองและกดยืนยัน โปรเจกต์นี้เพิ่งเปิดกลางเดือนตุลาคม ไลเซนส์ MIT ดาวบน GitHub เกือบ 3 พันแล้ว ผมว่าใครที่ใช้ AI ทำคลิปหรือเดโมด้วยโค้ดอย่าง Remotion น่าจะได้ใช้ เพราะเสียงเป็นส่วนที่ Agent ทำพลาดบ่อยที่สุดแต่ไม่เคยรู้ตัว #peesamac #earshot #AIAgent #ClaudeCode #MCP
10
30
963
NVIDIA OpenShell คือ "ห้องกักตัว" สำหรับ AI Agent ที่ NVIDIA ปล่อยเป็น open source ให้ Agent ทำงานได้เต็มที่ แต่แตะได้แค่สิ่งที่เราอนุญาตไว้เท่านั้น ช่วงนี้ใครใช้ Claude Code, Codex หรือ Agent ตัวไหนก็ตาม น่าจะเจอโจทย์เดียวกับผม คือ Agent จะเก่งได้ก็ต้องให้มันอ่านไฟล์ ลงแพ็กเกจ เรียก API และใช้ credential ได้ แต่พอให้สิทธิ์เยอะ ความเสี่ยงก็ตามมาเต็มๆ ทั้งแอบอัปโหลดโค้ดออกไปข้างนอก อ่าน SSH key หรือ cloud credential ในเครื่อง ส่งข้อมูลไปหา model provider ที่เราไม่ได้อนุมัติ หรือพยายาม sudo ยกระดับสิทธิ์ตัวเอง OpenShell แก้เรื่องนี้ด้วยการจับ Agent แต่ละตัวไปรันใน sandbox ที่คุมกันถึงระดับ kernel แล้วให้เราเขียน policy เป็นไฟล์ YAML ว่า Agent ตัวนี้แตะไฟล์ไหนได้ ต่อเน็ตไปที่ไหนได้ เรียก API อะไรได้ ที่เหลือโดนบล็อกหมด มันคุมพร้อมกัน 4 ชั้น ชั้นไฟล์ใช้ Landlock ล็อกให้อ่านเขียนได้แค่ path ที่ประกาศไว้ ชั้นเน็ตเวิร์กทุก connection ต้องผ่าน policy ก่อนออกจาก sandbox ชั้น process ใช้ seccomp กันการยกระดับสิทธิ์ และชั้น credential ที่ผมชอบที่สุด คือ Agent ไม่เคยเห็น key จริงเลย OpenShell จะเติม credential ให้เฉพาะ request ที่วิ่งไปหา endpoint ที่อนุมัติแล้วเท่านั้น อีกจุดที่แปลกดีคือเวลาจะแก้ policy มันใช้ formal verification เช็คก่อนว่าการเปลี่ยนครั้งนี้จะเปิดสิทธิ์อะไรใหม่บ้าง ถ้าเสี่ยง เช่นให้เอา credential ไปใช้กับ host ใหม่ หรือเรียก API method ใหม่ มันจะรอให้คนรีวิวก่อน ส่วน policy เน็ตเวิร์กก็ hot-reload ได้ระหว่างรันโดยไม่ต้องสร้าง sandbox ใหม่ เอาไปใช้ได้หลายแบบ ทั้งรัน coding agent อย่าง Claude Code, OpenCode, Codex, GitHub Copilot CLI แบบจำกัดสิทธิ์ ให้บาง sandbox ต่อ model ส่วนตัวขององค์กรได้ หรือเก็บ policy YAML ไว้ใน git ให้ฝ่าย compliance รีวิวและ audit ได้เลย ตัวโปรเจกต์เขียนด้วย Rust ไลเซนส์ Apache 2.0 ดาวบน GitHub เกือบ 2 หมื่นแล้ว เวอร์ชัน 0.1.x ที่เพิ่งออกเริ่มมีรอบ release แบบ stable รันได้บน Linux, macOS ที่เป็น Apple Silicon และ Windows ผ่าน WSL 2 (ยังเป็น experimental) ต้องมี Docker, Podman หรือ host virtualization ผมว่านี่กำลังจะเป็นโจทย์ใหญ่ขององค์กรที่อยากใช้ Agent จริงจัง เพราะคำถามจะเปลี่ยนจาก "Agent เก่งไหม" เป็น "เราไว้ใจให้มันทำอะไรได้แค่ไหน" ใครดูแลระบบหรือกำลังจะปล่อย Agent ให้ทีมใช้ ลองไปดูกันครับ #peesamac #NVIDIA #OpenShell #AIAgent #AISecurity
11
17
820
โปสเตอร์ AI ทำไมหน้าตาเหมือนกันหมด? ลองใส่ Style ลงใน prompt เช่น Documentary Food Photography อย่างน้อยก็ไม่ซ้ำร้านข้าง ๆ 🔥 #peesamac #AI #Gemini #โปสเตอร์ #ทำโปสเตอร์
2
3
295
งานชิ้นสุดท้ายที่จะให้เอไอทำในงานตัวเอง = สไลด์ เริ่ม migrate ละ ai ทำให้เราทิ้ง ego ในงานที่มั่นใจ สละทิ้ง เพื่อไปลอง explore สิ่งที่มหัศจรรย์กว่า
1
240
พาทัวร์ Google Singapore 2 วัน 1 คืน งานเปิดตัว Report ใหม่ + เดินดูออฟฟิศจริง #peesamac #Google #GoogleSingapore #FriendsofGoogle #ออฟฟิศGoogle
1
3
7
434
Diagrams, drawn with JavaScript คือเว็บโชว์ไดอะแกรม 4 ภาพสไตล์หนังสือนิทานยุคเก่า ที่ไม่มีไฟล์รูปภาพสักไฟล์ ทุกเส้นถูกวาดสดในเบราว์เซอร์ตอนเราเปิดอ่าน ปากกาเส้นเล็ก สีไม้ ตัวอักษรมือ ค่อยๆ ขึ้นมาทีละ stroke ผมเปิดดูแล้วนั่งมองนานกว่าที่คิด ภาพแรกเป็น radar chart ลมทั้งวันในหุบเขาสมมติ มีกังหันลม หมู่บ้าน ว่าวลอยอยู่บนเนิน อีกภาพเป็น state diagram วงจรชีวิตดอกไม้ที่ "ส่งเสียงกังวาน" ตอนพลบค่ำ ภาพที่สามเป็น sankey ของเครื่องจักรจับฟ้าร้องใส่ขวดแยกเกรดตามเสียง และภาพสุดท้ายเป็น timeline ดาวหางที่โคจรครบรอบใน 76 ปี เบื้องหลังมี 3 ขั้น ขั้นแรกเขียนไดอะแกรมเป็นข้อความ Mermaid ไม่กี่บรรทัด ขั้นที่สองให้ pele จัดตำแหน่งกล่อง เส้นโค้ง ป้ายกำกับทั้งหมด โดยวัดความกว้างคำด้วยฟอนต์ลายมือตัวเดียวกับที่ใช้วาดจริง ข้อความเลยพอดีช่องทุกจุด ขั้นที่สามคือโปรแกรมอ่าน shape ที่ pele คืนมา แล้ววาดทับด้วยปากกาและสีไม้จำลอง พร้อมวาดฉากรอบๆ ให้ด้วย ตัวอักษรทั้งหมดลอกมาจาก Hershey fonts ฟอนต์เวกเตอร์ที่ A. V. Hershey ทำไว้ตั้งแต่ปี 1967 ส่วนท้ายเว็บเขียนไว้ว่าโค้ดวาดทั้งหมดทำโดย Claude Opus 5.5 คนทำคือ Kevin Ngo creative coder ที่ชอบเอา AI มาทำงานแนวนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำ "How a burger is made, in 12 diagrams" อธิบายเบอร์เกอร์ชิ้นเดียวด้วยไดอะแกรม 12 แบบมาแล้ว ตัว pele เองก็น่าพูดถึง เป็น Mermaid renderer แบบ open source ของ kepano ทีม Obsidian ทำมาให้ Obsidian ใช้เรนเดอร์ไดอะแกรม ในเว็บบอกว่าไม่มี dependency เลย bundle 230 kB เทียบกับ 1.6 MB ของ Mermaid.js และเร็วกว่าได้ถึง 500 เท่า เรนเดอร์ใช้เวลาแค่ 0.05 ถึง 0.3 มิลลิวินาที ผมว่าตรงนี้แหละที่ทำให้งานแบบนี้เกิดได้ พอ layout เร็วและเบาขนาดนี้ เราแยกงานได้ชัดเลยว่า "จัดวาง" ให้ library ทำ ส่วน "ความสวย" เป็นของคนกับ AI ไปเล่นต่อ ไดอะแกรมที่ปกติแข็งๆ เลยกลายเป็นงานศิลปะที่ยังมีข้อมูลจริงอยู่ข้างใน ใครทำสไลด์หรือรายงานที่ต้องใช้ chart บ่อยๆ ลองเปิดดูครับ แล้วจะรู้ว่า "กราฟ" ไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกันหมดทุกที่ ลองดู: pele: pele.run #peesamac #pele #Mermaid #CreativeCoding #ClaudeOpus55
16
38
1,350
MCP for Blender คือปลั๊กอินโอเพนซอร์สที่เชื่อม Blender เข้ากับ AI ตัวไหนก็ได้ แค่พิมพ์บอกว่าอยากได้ฉากหรือโมเดลแบบไหน AI จะลงมือสร้าง แก้ และจัดฉาก 3 มิติให้ใน Blender เลย ใครเคยเปิด Blender ครั้งแรกแล้วเจอปุ่มเต็มจอจนท้อ ผมว่าตัวนี้เปลี่ยนประสบการณ์ไปเยอะ AI สร้าง แก้ ลบวัตถุได้ ใส่วัสดุและสีได้ และถ้าเครื่องมือสำเร็จรูปไม่พอ มันก็เขียน Python ของ Blender สั่งงานเองตรงๆ ส่วนที่ผมชอบคือมันตรวจงานตัวเองได้ AI ดูฉากได้หลายมุม ทั้งมุมกล้อง wireframe X-ray และสั่งเรนเดอร์ออกมาดูผลได้ ทำให้ไม่ได้สั่งแบบหลับตาแล้วหวังว่าจะออกมาดี เรื่องวัตถุดิบก็ครบ ดึง asset จาก Poly Haven โมเดลจาก Sketchfab และ Poly Pizza ได้ หรือจะให้ AI สร้างโมเดล 3 มิติใหม่ผ่าน Meshy, Tripo, Hyper3D Rodin และ Hunyuan3D ก็ได้ ตัวฟรีต้องสมัครบริการพวกนั้นเอง ถ้าไม่อยากวุ่นวายมีแพ็กเกจ Premium ที่สร้างโมเดลได้เลยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม ติดตั้งง่ายมาก รันคำสั่งเดียวมันจะหาแอป AI ในเครื่องให้เอง รองรับทั้ง Claude Desktop, Claude Code, Codex, Cursor, VS Code, Windsurf, OpenCode และ Antigravity แล้วติดตั้ง addon ใน Blender ให้ด้วย ไฟล์ config เดิมไม่ถูกทับ มันแค่เพิ่มรายการ blender เข้าไปพร้อมสำรองไฟล์เดิมไว้ ตอนนี้มี 32,000 กว่าดาวบน GitHub ใช้ license MIT หน้าเว็บเขาเคลมว่ามีคนใช้แล้วกว่า 4.5 ล้านคน ทั้งนี้เป็นปลั๊กอินของชุมชน ไม่ได้ทำโดย Blender Foundation นะครับ ใครอยากลองปั้นงาน 3 มิติแบบไม่ต้องจำปุ่มลัด ลองเล่นดูครับ #peesamac #MCPforBlender #Blender #ClaudeCode #3D
10
1
21
946
video-shotcraft คือ skill สำหรับ Claude Code และ Codex ที่เปลี่ยน agent ให้เป็นทีมทำวิดีโอโปรโมตสินค้า แค่พิมพ์ว่า ทำวิดีโอโปรโมตสินค้าให้หน่อย แล้วรอรับไฟล์ MP4 ได้เลย ขั้นตอนข้างในละเอียดกว่าที่คิด agent จะเข้าไปแคปหน้าเว็บจริงของเรา เลือกช็อตจากคลังท่า motion ที่จูนมาแล้ว วาง storyboard ทำแอนิเมชันด้วย Remotion ตัดให้ลงจังหวะเพลง ใส่ sound design แล้วไล่เช็คทีละเฟรมก่อนส่งงาน ผมชอบตรงที่ทุกเฟรมวาดด้วยโค้ดจาก screenshot และข้อความของเราเอง ไม่ได้ใช้ AI สร้างวิดีโอ ภาพเลยคมชัด ตรงแบรนด์ ตัวหนังสือไม่เพี้ยน และแก้ต่อได้ทุกจุด คลังช็อตตอนนี้มี 124 การ์ดใน 10 หมวด รวม 150 ช็อต เปิดดูตัวอย่างใน Gallery แล้วก็อปชื่อช็อตไปสั่งได้เลย เช่น อยากได้ฉากการ์ดบินเข้ามา ก็ระบุชื่อการ์ดนั้นให้ agent ใช้ หรือจะใช้เทมเพลต Ink Press ที่ทดสอบมาแล้ว แค่ใส่ภาพ ข้อความ และโลโก้ของเราลงไป เป็นทางที่เร็วที่สุด ส่งงานแล้วยังแก้ต่อได้ใน Motion Workbench หน้าตาคล้าย CapCut เปิดในเบราว์เซอร์ แก้ข้อความ ขนาดฟอนต์ สี ตัดคลิป ปรับความเร็ว หรือลากช็อตจากคลังมาเพิ่มได้ แล้ว export ใหม่ออกมาตรงกับที่เห็นเป๊ะ ใครใช้ JianYing หรือ CapCut จีนก็ export เป็น draft ไปแต่งต่อได้ด้วย ติดตั้งง่ายสุดคือส่งลิงก์ repo ให้ agent แล้วบอกให้ติดตั้ง skill นี้ให้ ตอนนี้ได้ไป 13,000 กว่าดาว ใช้ license Apache-2.0 และเคยขึ้นอันดับ 2 Repository of the Day บน GitHub Trending สาย startup หรือคนทำแอปที่อยากได้คลิปเปิดตัวสวยๆ แบบไม่ต้องจ้าง motion designer ลองเล่นดูครับ #peesamac #ClaudeCode #Codex #Remotion #VideoShotcraft
39
1
79
2,522
ฤดู Shop แอพกำลังมา Blackfriday เดือนหน้าทดไว้ก่อนซื้อไรดี - Magnific freepik น่าจะต่ออายุแน่ๆ ปีนี้ใช้กันคุ้มสุดๆ - Capcut Pro เหมือนจะมี Early deal แล้วเนี่ย กดเลยดีไหมม - Highfield กำลังคิดว่าจะลองแทน Magnific ไหม แต่ตอนนี้ทำภาพ ก็ให้ Claude ไปสั่ง Codex ได้เลยเหมือนจ่ายไปแล้ว คิดก่อนน - Calm กำลังคิดว่าจะซื้อ Lifetime เลยยย จ่ายมาหลายปี ถึงเวลาเรียกสติ - ปีนี้น่าจะซื้อแอพจาก Appsumo น้องลงเพราะเขียนเองหมดละ - X Premium ใหม่ ปีที่แล้วได้ลด 40% ใช้คุ้มมากก ลืม perplexity ไปแล้ว ปีนี้่อยากได้แพ็คที่ได้ grok bot ด้วย จะมีไหม รอกัน มีใครป้ายยากตัวไหนอีก บอกได้
3
16
26
1,723
Penpot คือแพลตฟอร์มออกแบบ UI และทำ prototype แบบโอเพนซอร์ส ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ก็ได้ หรือเอาไปติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเองก็ได้ งานดีไซน์ทั้งหมดอยู่ในมือเรา ไม่ผูกกับเจ้าไหน จุดที่ผมชอบคือเขาเก็บงานดีไซน์ในรูปแบบมาตรฐานเปิดอย่าง SVG, CSS, HTML และ JSON เปิดแท็บ Inspect ก็ได้โค้ด SVG, CSS, HTML ไปใช้ต่อได้ทันที ส่วนเรื่อง layout ก็ใช้ CSS Grid กับ Flex Layout หน้าจอที่ออกแบบเลยยืดหดเหมือนโค้ดจริงตั้งแต่แรก ฝั่งงานระบบดีไซน์มี Design Tokens, Components และ Variants ในตัว ทำให้ทีมดีไซน์กับทีม dev อ้างอิงค่าสี ฟอนต์ ระยะห่างจากที่เดียวกัน งานใหญ่หลายโปรเจกต์ก็ยังคุมให้หน้าตาตรงกันได้ สายใช้ AI น่าจะชอบตรงที่มี MCP server ของตัวเอง ทำให้ AI อ่านงานดีไซน์ได้ตรงๆ และเชื่อมงานระหว่างดีไซน์กับโค้ดได้ทั้งสองทาง แถมมี API, webhook และระบบ plugin ให้ต่อกับเครื่องมืออื่นหรือทำ automation เองได้อีก ทำงานพร้อมกันหลายคนแบบเรียลไทม์ได้ จะติดตั้งเองก็มีทั้ง Docker และ Kubernetes ส่วนองค์กรใหญ่ที่อยากได้ SSO หรือ Admin Console คุมสิทธิ์หลายทีม มีแพ็กเกจ Enterprise แบบเสียเงินให้เลือกเพิ่ม ตอนนี้บน GitHub มีคนกดดาวไปแล้วกว่า 61,000 ดาว ใช้ license MPL-2.0 ทีมที่อยากมีเครื่องมือออกแบบเป็นของตัวเอง หรือบริษัทที่ข้อมูลออกนอกองค์กรไม่ได้ ผมว่าตัวนี้น่าลองครับ #peesamac #Penpot #OpenSource #UIDesign #MCP
8
2
28
944
Lemo-Opuscar คือกล่องเครื่องมือทำหนังสั้นด้วยโค้ดสำหรับ Claude Code มีสไตล์ให้เลือก 59 แบบ ตั้งแต่สีน้ำ หมึกจีน ภาพพิมพ์อุกิโยะเอะ การ์ตูนยุค 30 ไปจนถึงเกมพิกเซล 16-bit แค่บอกเรื่องที่อยากเล่า แล้ว agent จะกำกับหนังให้ทั้งเรื่อง ผมดูแล้วทึ่งตรงที่ไม่มีการใช้ AI สร้างวิดีโอเลย ไม่มีฟุตเทจสต็อกด้วย ภาพทุกเฟรมวาดด้วย canvas กับ WebGL แล้วเรนเดอร์ทีละเฟรม เพลงประกอบแต่งจากคลังเสียงฟรี เสียงพากย์ใช้ text-to-speech ทั้งหมดคือ Claude เขียนโค้ดขึ้นมาเอง งานโชว์ของเขาคือ OPUSCAR 98 หนังยาว 6 นาทีครึ่ง พาเดินผ่านหนังที่ได้ออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมครบ 98 เรื่องตั้งแต่ปี 1927 ถึง 2025 แต่ละเรื่องวาดใหม่ด้วยสไตล์ที่เข้ากับหนังเรื่องนั้น แล้วเปิดสไตล์ทั้ง 98 แบบให้เอาไปใช้ต่อด้วย วิธีใช้ง่ายมาก ติดตั้งเป็น plugin ใน Claude Code แล้วพิมพ์บอกไปเลย เช่น ขอหนัง 45 วินาทีสไตล์สีน้ำ เล่าเรื่องไร่กาแฟของที่บ้าน เสียงพากย์ผู้หญิงอบอุ่น ระบบจะถามเราครั้งเดียวก่อนเริ่มว่ามีเสียงหรือเพลงของตัวเองไหม และอยากดู storyboard ก่อนหรือเปล่า อัปเดตล่าสุดเมื่อ 22 ต.ค. เพิ่มให้เอาสไตล์ในคลังมาแต่งเป็นของตัวเองได้ หรือเริ่มจากหน้าว่างก็ได้ ใส่สีแบรนด์ โลโก้ ตัวละครประจำช่อง แล้วเก็บไว้ใช้ทำหนังเรื่องต่อไป มีหมวดใหม่อย่าง Evidence Films กับ Edit & Documentary ที่ทำหนังจากฟุตเทจ เอกสาร และข้อมูลจริง ตัวเลขทุกตัวมีที่มา ข้อควรรู้คือหนังหนึ่งเรื่องใช้เวลา agent ประมาณ 30-60 นาทีและกิน token พอสมควร ต้องมี Node 20 ขึ้นไป ffmpeg และ Python 3.11 ขึ้นไป ผู้สร้างบอกไว้ชัดว่าสไตล์จูนมาสำหรับ Claude Opus 5.5 ถ้าใช้โมเดลอื่นอาจออกมาไม่เหมือน โค้ดเป็น MIT ส่วนหนังที่เราทำเองเป็นของเราเต็มๆ ไม่ต้องให้เครดิต ตอนนี้ได้ไป 6.2k ดาว และขึ้นอันดับ 1 Repository of the Day ฝั่ง JavaScript บน Trendshift ใครทำคอนเทนต์หรือสอนงานแล้วอยากได้คลิปอธิบายสวยๆ แบบไม่ต้องเปิดโปรแกรมตัดต่อ ลองเล่นดูครับ #peesamac #ClaudeCode #LemoOpuscar #ClaudeOpus #OpenSource
52
108
5,879
นสจจ
BEHOLD the most confusing and difficult to read piece of ui ever. i wanted to combine a clock + calendar. i mean... there are elements i like...! but, it turns out being able to zoom into a clock makes things pretty nonsensical
1
296
อ่ะ อัลกอนึทึ่ม หยุดส่งเหตุผลการซื้อ duo หน่อยเรว
Thanks for all the great feedback on Claude for iPhone Duo! Lots of folk are now optimising their own Duo apps, so I wanted to share more about how we built it, and a few of the details we sweated along the way.
1
3
480