ก๊อกๆ
ขอฝากฟอร์มสำหรับรวบรวมรอบไปรษณีย์ของงาน Comic Square 9 ด้วยครับ กรอกได้เรื่อยๆ เลย เราจะอัพเดตให้ทุกวันครับ
ลิ้งฟอร์ม: forms.gle/9sFs8XWAsGmBpMFE9
ลิ้งดูข้อมูล: docs.google.com/spreadsheets…
*เป็นฟอร์มไม่ official ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับงานนะครับ คนทำฟอร์มเป็นแค่เซอร์เคิลเฉยๆ*
#CQ9
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
you are my solution #projecthailmary

ALT A Project Hail Mary illustration, showing a top view of Stratt in front of a table but only a portion of her hair is visible. On the table are various workplace clutter including documents, paper clips, a ballpoint pen, Stratt’s ID, and a cup of coffee. At the middle of it all is a framed jigsaw puzzle of Grace that Stratt is trying to solve. She’s holding one of the puzzle pieces that shows one of Grace’s eyes. In the image of Grace, he’s smiling gently and wearing his teacher uniform. At the top corner of the puzzle is his name written on a piece of paper.
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
DONT STOP GET IT GET IT OOO KILL EM BRY KILL EM !!
#ResidentEvil #bryanhodukavich
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
" รอน นั่นนายเหรอ "
" ผมเจมส์ "
" ฉันนึกว่านายตายไปแล้วซะอีก "
" ผมเจมส์ "
" นายหายโกรธคาร์ลหรือยัง "
" ผมเจมส์ "
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
WATCH: A Spanish reporter warned viewers of rough seas moments before a giant wave knocked him down during a live broadcast.
นั่นยานนิสใช่ไหม…
แล้วนี่ชอบทั้งยานนิส ทั้งเนต มาเล่นเรื่องเดียวกันก็เหนือคาดละ พี่จะร่วมเฟรมเดียวกันขนาดนี้เลยเหรออออ
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
今日もね…雨がですね…でも、雨の日はキツネちゃんたちが屋根の下に集まるから、キツネ密度マシマシになるのは良い🦊💕
もう雨はいらんよ…何度も言ってるやん…毎度毎度雨ふらさないと気が済まんのか?天気の神様ぁ…😭
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
🔷Was finishing this on the plane just now,I think I got the hang of drawing Jay 🐋🔷
And I obviously did not feel devastating drawing this...nah...
.
.
#whalefall #whalefallmovie #austinabrams #jaygardiner #fanart
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
จากดำน้ำกับวาฬจริง สู่การติดอยู่ในท้องวาฬบนจอ ความทุ่มเทของ Austin Abrams เพื่อบทบาทที่สมจริงใน “WHALEFALL ต้องรอดจากวาฬนี้” พิสูจน์ทุกอารมณ์ความกลัวและความกดดันได้แล้ว วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
ตัวอย่างภาพยนตร์: youtube.com/watch?v=CNJv5n9R…
เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์เอาชีวิตรอดฟอร์มยักษ์ที่สร้างความระทึกจนหลายคนบอกต่อว่า “ต้องดูในโรงภาพยนตร์” สำหรับ “WHALEFALL ต้องรอดจากวาฬนี้” เพราะบรรยากาศชวนให้อินถึงขีดสุด แถมการแสดงของทุกตัวละครในเรื่องก็สื่ออารมณ์ถึงคนดูได้อย่างเต็มที่ แต่รู้ไหมว่ากว่าจะถ่ายทอดภาพของชายหนุ่มที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากภายในท้องวาฬสเปิร์มออกมาได้อย่างสมจริงบนจอยักษ์ ไม่ได้อาศัยเพียงจินตนาการและทักษะการแสดงเท่านั้น ยังต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างจริงจังทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะ Austin Abrams นักแสดงหนุ่มผู้รับบท “เจย์” ซึ่งทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก ตั้งแต่การเดินทางไปดำน้ำกับวาฬสเปิร์มในธรรมชาติ ก่อนจะเข้าสู่การถ่ายทำในฉากท้องวาฬที่ทั้งคับแคบและท้าทายอย่างต่อเนื่องถึง 35 วัน เพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่า เขากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดเหลือเชื่อนี้จริง ๆ ใครอยากเห็นว่าการแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ Austin Abrams จะน่าชื่นชมขนาดไหน ไประทึกกับ “เจย์” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
เปิดประสบการณ์ดำน้ำกับวาฬสเปิร์มในธรรมชาติ เพื่อเข้าใจตัวละครจากประสบการณ์จริง
สำหรับ Abrams การเตรียมตัวเพื่อรับบทเจย์ เริ่มจากการทำความรู้จักกับวาฬสเปิร์มอย่างใกล้ชิด โดยก่อนการถ่ายทำ เขาตัดสินใจเดินทางไปยังเขตอนุรักษ์วาฬสเปิร์มใกล้เกาะ Dominica ในทะเลแคริบเบียน พร้อมกับ Patrick Dykstra นักทำสารคดีเกี่ยวกับวาฬผู้มีประสบการณ์ ซึ่งพาเขาลงไปดำน้ำและสังเกตวาฬในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ โดยการเดินทางครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของ Abrams ที่ต้องการทำความเข้าใจว่าสัตว์ขนาดมหึมาอย่างวาฬสเปิร์มมีพฤติกรรมอย่างไร และการได้อยู่ใต้น้ำใกล้กับพวกมันให้ความรู้สึกแบบไหน เพื่อใช้ประสบการณ์จริงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตัวละคร
“Austin ติดต่อมาหาผมเพราะต้องการให้ช่วยพาเขาไปรู้จักกับวาฬสเปิร์มในโลกแห่งความเป็นจริง และช่วยแนะนำเขาเกี่ยวกับการลงไปใต้น้ำเพื่อดำน้ำร่วมกับพวกมัน เขาบอกว่า ‘ฟังนะ ผมกำลังจะต้องเข้าไปอยู่ในท้องของวาฬสเปิร์ม ดังนั้นผมอยากทำให้มันสมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’ เราทั้งคู่จึงตัดสินใจว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้เวลาอยู่ใต้น้ำกับวาฬสเปิร์มจริง ๆ เพื่อดูว่าพวกมันมีปฏิกิริยาอย่างไร สัมผัสถึงบรรยากาศและพลังงานของพวกมัน และปล่อยให้ประสบการณ์นั้นช่วยหล่อหลอมตัวละคร” Dykstra เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปดำน้ำกับวาฬของ Abrams
แม้การพบวาฬสเปิร์มจะไม่ใช่เรื่องที่รับประกันได้ เพราะพวกมันเป็นสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ แต่ Abrams และ Dykstra ก็มีโอกาสพบวาฬหลายครั้ง หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าประทับใจคือการได้อยู่ในน้ำใกล้กับวาฬเพศเมียสามตัว ขณะที่ Abrams ลอยตัวอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าพวกมัน ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและไม่อาจจำลองได้ง่าย ๆ นี้สร้างความประทับใจให้กับนักแสดงหนุ่มอย่างมาก “ผมประหลาดใจมากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกมันจริง ๆ ก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่พบวาฬสเปิร์มเลยตลอดเก้าวัน ดังนั้นผมโชคดีมากที่ในทั้งสองวันที่ผมอยู่ที่นั่น พวกมันปรากฏตัวและยอมให้ผมเฝ้าดู มันแทบจะเหมือนกับการได้อยู่กับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเลย…เป็นประสบการณ์ที่เหนือจริงมาก” Abrams กล่าว
Dykstra เสริมว่า เขาเชื่อว่าวาฬตอบสนองต่อความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงใจของ Abrams “เมื่อคุณเจอคนอย่าง Austin ซึ่งอาจไม่ได้มีประสบการณ์กับสิ่งนี้มากนัก แต่มีจิตใจที่บริสุทธิ์และมีเจตนาที่ดี วาฬก็จะปรากฏตัว พวกมันจะเกิดความอยากรู้อยากเห็น เข้ามาหา และอยู่ใกล้ ๆ” Dykstra เล่า “ผมเคยต้อนรับผู้คนที่มาเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอ แล้วก็เช็กให้ครบว่าตัวเองเคยทำสิ่งนี้บน Instagram แล้ว และบางครั้งวาฬก็แทบจะสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้น แต่กับคนอย่าง Austin ที่มาด้วยความสนใจและความอยากรู้อย่างจริงใจ ผมเชื่อจริง ๆ ว่าวาฬสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้น”
สำหรับทีมผู้สร้าง การได้เห็นนักแสดงนำของพวกเขาดำน้ำแบบ Free Dive ร่วมกับวาฬสเปิร์มในธรรมชาติก่อนเริ่มการถ่ายทำ เป็นทั้งประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและชวนหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย โดย Brian Duffield ผู้กำกับ ผู้ร่วมเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ กล่าวว่า “ทันทีที่ได้รับเลือก Austin ก็ไปสอบใบรับรองการดำน้ำระดับสูงเลย เรียกได้ว่าเขาทุ่มเทให้กับตัวละครอย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มต้น และเพราะต้องการประสบการณ์จริงเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างตัวละคร เขาจึงมักจะทำเกินกว่าที่เราคาดหวังอยู่เสมอ แม้บางครั้งจะทำให้พวกเรารู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือ เขาใส่ใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง และทุ่มตัวเองลงไปกับมันอย่างเต็มที่”
ไม่ใช่แค่การดำน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความอดทนที่จำเป็นสำหรับฉากใต้น้ำอันหนักหน่วงของภาพยนตร์ Austin Abrams ยังฝึกซ้อมด้วยการเดินไปตามถนนในละแวกบ้านของเขาขณะสวมอุปกรณ์ดำน้ำแบบเต็มชุด เพื่อให้น้ำหนักและแรงต้านที่เพิ่มขึ้นช่วยเตรียมร่างกายของเขาให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำฉากดำน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนักตลอดวัน
การถ่ายทำสุดทรหด 35 วันในท้องวาฬ กับบททดสอบทั้งร่างกายและจิตใจ
นอกจากการเตรียมตัว บททดสอบครั้งใหญ่ของ Abrams คือการต้องถ่ายทำฉากที่เจย์ติดอยู่ภายในร่างของวาฬ ซึ่งทีมผู้สร้างไม่ได้พึ่งพาจินตนาการหรือภาพที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เนรมิตฉากท้องวาฬหลายรูปแบบขึ้นจริง ทั้งส่วนกระเพาะอาหาร ลำคอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร เพื่อให้นักแสดงสามารถเคลื่อนไหวและมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยฉากจริงถูกเสริมด้วยเทคนิคที่ช่วยสร้างการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ความโปร่งแสง และพื้นผิวที่มีลักษณะคล้ายวุ้น เพื่อให้โลกภายในร่างวาฬดูมีชีวิตและน่าเชื่อถือที่สุด ซึ่ง Abrams เป็นนักแสดงเพียงคนเดียวที่ต้องถ่ายทำฉากภายในท้องวาฬต่อเนื่องกันถึง 35 วัน ในสภาพแวดล้อมที่คับแคบและต้องใช้แรงกายอย่างหนัก พร้อมถ่ายทอดความหวาดกลัวและความกดดันของตัวละครที่กำลังหาทางเอาชีวิตรอด
โดยแต่ละฉากถ่ายทำตามลำดับเหตุการณ์เพื่อให้ Abrams สามารถติดตามพัฒนาการของเจย์ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเดินทางผ่านส่วนต่าง ๆ ภายในร่างวาฬ และการเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ยังค้างคาเกี่ยวกับพ่อของเขา วิธีการนี้ช่วยให้สภาวะทางอารมณ์ของตัวละครค่อย ๆ พัฒนาจากฉากหนึ่งไปสู่อีกฉากหนึ่ง สอดคล้องกับการเดินทางทางกายภาพที่เขากำลังเผชิญอยู่ “สำหรับผม การเข้าใจว่าตัวเองอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหนในแต่ละวันของเรื่องราวเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก เพราะไม่อย่างนั้น ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น การถ่ายทำโดยไม่เรียงตามลำดับเหตุการณ์คงจะยากและสับสนอย่างมาก” Abrams กล่าว
ตลอดช่วงเวลาการถ่ายทำ ทีมงานต่างประทับใจกับความทุ่มเท สมาธิ และความสงบนิ่งของเขา แม้ต้องแสดงภายใต้สภาวะที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนตัวตนของ Abrams คือทุกครั้งที่ออกมาจากฉากท้องวาฬ เขามักหยุดนิ่งสักครู่เพื่อทบทวนประสบการณ์และแสดงความขอบคุณต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นกิจวัตรที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งทีมงานกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำงานอยู่รายล้อมเขาในแต่ละวันต่างสังเกตเห็น และชื่นชม
สำหรับ Abrams ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ทุ่มเทเพื่อฉากต่าง ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ยังมีทีมงานอีกหลายคนที่คอยช่วยเสริมให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบและน่าประทับใจที่สุดบนหน้าจอ “มันเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนทำงานร่วมกันจริง ๆ มีคนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระเพาะ ซึ่งต้องทำบางอย่างในช่วงเวลาที่กำหนด ขณะที่ผมเองก็ต้องคิดว่าจะขยับตัวไปทางไหน และพื้นที่ก็แคบมาก ขณะเดียวกันก็มีคนคอยดูแลให้แน่ใจว่าแสงทั้งหมดถูกต้อง เพราะจังหวะการเคลื่อนไหวของผมระหว่างกระเพาะแต่ละส่วนต้องสัมพันธ์กับการจัดแสงอย่างถูกต้อง ดังนั้น สิ่งที่คุณเห็นบนจอจึงเป็นผลลัพธ์จากคนจำนวนมากที่มารวมตัวกัน และทุกคนต่างนำความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างเวทมนตร์แห่งภาพยนตร์” เขากล่าว
ทั้งนี้ภาพยนตร์เรื่อง “Whalefall ต้องรอดจากวาฬนี้” บอกเล่าเรื่องราวหลังการจากไปของพ่อ (Josh Brolin) ลูกชายอย่าง Jay Gardiner (Austin Abrams) ได้ออกเดินทางดำลงสู่ทะเลทางชายฝั่งตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย เพื่อค้นหาร่องรอยสุดท้ายที่เหลืออยู่ของผู้เป็นพ่อ แต่กลับถูกวาฬสเปิร์มขนาดมหึมากลืนลงไปทั้งเป็น ขณะที่ติดอยู่ภายในท้องของวาฬยักษ์และมีออกซิเจนเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง Jay ก็เริ่มตระหนักว่า บทเรียนล้ำค่าที่พ่อเคยถ่ายทอดให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจเป็นกุญแจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายและมีชีวิตรอดออกไปได้
ไปสัมผัสความลุ้นระทึกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมอินกับการเอาชีวิตรอดของ Austin Abrams ในบท “เจย์” นักดำน้ำที่ติดอยู่ในตัววาฬสเปิร์มกับ “Whalefall ต้องรอดจากวาฬนี้” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
X: @20thCenturyTH
Instagram: @20thCenturyStudiosTH
Facebook: @20thCenturyStudiosTH
Youtube: @20thCenturyStudiosTH
#WhalefallTH #ต้องรอดจากวาฬนี้
T_Rex Callsign Howl: In need of Miracle No. 1-2-3 retweeted
I just KNOW Jay Gardiner has a (small) fahlo bracelet collection #Whalefall
BLOODYMARY ROMCOM AU PART 3. 1/2
#bloodymary #projecthailmary #rylandgrace #ironlung #simontheconvict #ironmary #markiplier



















































