Pinned Tweet
สวัสดีค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปีที่เริ่มเทรดคริปโตพอดี เลยอยากมาแชร์เรื่อง #จิตวิทยาการเทรด เรียบเรียงจากประสบการณ์ของเราเอง
ー ย้อนไปในวันที่พอร์ตติดลบครึ่งล้าน PNL -80%
ー จัดการตัวเองยังไง
ー ทำอย่างไรให้อยู่รอดในตลาดอย่างยั่งยืน
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ🙂
Whimsy 🍵🐰 retweeted
บางคนยังจะดีเฟนด์ให้อีก ดูเป็นคนทัศนคติดี เป็นคนน่ารัก คนทัศนคติดีที่ไหนเริ่มต้นจากโกหกก่อน ละมั่นใจได้ไงว่าสิ่งที่เค้าแสดงให้เห็นคือตัวตนเค้าจริง รู้จักตัวตนจริงๆของเค้าหรอ คนที่ดีเฟนด์ให้มี2ประเภทอ่ะ ฉลาดน้อยกับจริงๆตัวเองก็โกหกเหมือนกัน ไม่มีคำว่าคนดีในสมการนี้นะ
Whimsy 🍵🐰 retweeted
ทีมผู้สอนภาษาญี่ปุ่นบอกว่า ‘นักแสดงทุกคนสามารถจำบทภาษาญี่ปุ่นทั้ง 12 ตอนได้ทั้งหมดก่อนเริ่มถ่ายทำจริง และแทบไม่มีตอนที่จำบทไม่ได้ในกองถ่ายเลย’ 🥹👏 #100DaysOfDeception
ผู้กำกับบอกว่าหลังแคสติ้งเสร็จ นักแสดงทุกคนก็ตั้งใจเตรียมตัวภาษาต่างประเทศกันอย่างหนัก ตอนอ่านบทครั้งแรก ทุกคนก็สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ดีจนน่าตกใจ โดยมีการฝึกซ้อมยาวนานกว่า 1 ปีจนจบการถ่ายทำ และมีอาจารย์สอนภาษาคอยคุมสำเนียงและบทพูดในกองถ่ายตลอด
-ยูจอง: เรียนภาษาญี่ปุ่นนาน 5 เดือน ทั้งไวยากรณ์ การสนทนา และซ้อมบทภาษาญี่ปุ่นแทบไม่มีวันหยุด ถึงจะมีตารางงานต่างประเทศก็ยังเรียนผ่านวิดีโอคอล ปรับสำเนียงและน้ำเสียงอย่างละเอียด ทีมสอนภาษาญี่ปุ่นชมว่า "หลังๆ พอสำเนียงเพี้ยนแค่นิดเดียว ยูจองก็รู้ตัวได้เองทันที" (ฮืออ เก่งมาก💛💛)
-จินยอง: ฝึกภาษาญี่ปุ่น+อังกฤษตั้งแต่เดือน กพ. จนจบการถ่ายทำ โดยใช้วิธีเขียนบทด้วยอักษรฮิรางานะเพื่อท่องจำ พร้อมซ้อมเคลื่อนไหวร่างกายไปด้วย ส่วนภาษาอังกฤษก็ยังแยกสำเนียงอเมริกันและบริติชตามลักษณะตัวละครด้วย
-จินซอนกยู: จากเดิมที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น~ 2 เดือน เพื่อท่องบทวันละ 7 ชั่วโมง (เช้าเรียนสนทนา บ่ายซ้อมบท) และวิดีโอคอลซ้อมกับทีมผู้สอนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังต้องเตรียมบทพูดภาษาโชซอน (เกาหลี) ที่ออกเสียงด้วยสำเนียงคนญี่ปุ่นอีกด้วย
-คิมฮยอนจู (รับบท ยูโซรัน): เน้นฝึกภาษาจีน ปรับสำเนียงการพูดภาษาเกาหลีแบบคนจีน อ้างอิงจากสำเนียงภาษาเกาหลีของครูสอนภาษาจีนและคนจีนหลายรูปแบบ
-อีมูแซง (รับบท ยูฟิลิป): ศึกษาลักษณะการพูดภาษาญี่ปุ่นของคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ค้นคว้าจากภาพยนตร์ยุค 1930 เพื่อจำลองสไตล์การพูดและการแสดงท่าทางของคนยุคนั้น
joke aside มันมีคนที่คิดแบบนี้เยอะนะ ทวิตไหนขึ้นฟีด = เขาคุยกับเรา😓😓 what about me syndrome มาก บางทีมาขึ้นกูขึ้นมึง ใส่อารมณ์ใส่กรุอีก
Whimsy 🍵🐰 retweeted
เห็นโพสเรื่องต่อรองเงินเดือนแว๊บๆ เลยเอามาเขียนเล่าต่อ เรื่องต่อรองเงินเดือนซักหน่อย
ส่วนตัวผมจะแนะนำให้รับ Offer ก็ต่อเมื่อ ได้
"Total Package ขั้นต่ำ 15% ขึ้นไป"
ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ Total Package ได้แก่ เงินเดือน/Commission/Incentive/โบนัส ทั้ง Fixed และ Variable /สวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน แนะนำแจกแจงลง Excel แล้วคำนวณดูครับ
เอาพวกนี้มา x12 คำนวณว่าใน 1 ปี รวมแล้ว เราได้เท่าไหร่ เทียบกับบริษัทเดิม ควรจะได้เกิน 15% ขึ้นไป นั้นคือ "ค่าความเสี่ยงของการปรับตัว" ไปทำงานในบริษัทใหม่
เพราะค่าความเสี่ยงนี้ ต้องให้คุ้มค่า กับการปรับตัว ไม่ว่าจะ หัวหน้า งาน สังคม บริษัท ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่ใช่ตัวเลข 15% นี้ ก็แล้วแต่ว่าจะตั้งเท่าไหร่ ส่วนตัวผมขอ 20% ยืนพื้นแล้วค่อยต่อรอง
เวลาเรียกตัวเลขตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ ผมจะส่ง Package ปัจจุบันให้ดู แล้วบอกว่า ขอ Total Package +20% ให้ทั้ง รีครูทหรือ HR ถ้ารับได้ก็ค่อยเรียกสัมภาษณ์ แต่ก็จะบอกว่า ต่อรองได้นะ ในใจเราก็มีเบสอยู่
อย่าต่อแค่เงินเดือน ต้องแจกแจงด้วย ว่ามีสวัสดิการอะไรบ้าง เด็กจบใหม่ หรือคนไม่รู้ อาจจะดีใจ เงินเดือน +40% แต่ benefit อื่นๆ หายไป สุดท้าย Total Package อาจจะแค่ +10% ก็ได้ลองดูตัวอย่างครับ เช็คดีๆ ครับ
มาเล่าต่อหลังสัมภาษณ์เสร็จ แล้วมีการต่อรองเงินเดือนกันบ้าง
จากที่เล่าไปตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าช่วงเงินเดือนมันถูกกำหนดมาตั้งแต่ตอนอนุมัติ Head Count แล้วว่าอยู่ Job Band/Job Grade อะไร โดยมันก็มีช่วง min - max อยู่
โดยปกติ หาก Cand เรียกเงินที่อยู่ในช่วง min - max ส่วนใหญ่ HR ก็มักจะไม่ค่อยต่อรองเท่าไหร่ (เว้นแต่พวกต่อพันนึง หลักร้อยบ้าง พวกนี้ทำตัวเป็นแม่ค้า จนลืมคิดถึงภาพลักษณ์บริษัทเกินไป)
แล้วหากเรียกเงินเดือนเกิน max หล่ะ? แน่นอน HR ก็จะพยายามต่อรอง แล้วถ้า Cand ไม่ยอมหล่ะ? HR จะส่งเรื่องนี้ต่อ เอาไปคุยกับ HM ครับ ว่า รับได้มั๊ย เพราะ งบที่ใช้จ่ายเงินเดือนเป็นงบแผนกของ HM เขาต้องเป็นคนตัดสินใจ
โดย HR จะทำ Budget มาเป็นรายปี ว่า ถ้า Cand เรียกเท่านี้ มีสวัสดิการ abc allowance bonus ฯลฯ ปีนึงจะใช้เงินเท่าไหร่ ถ้า HM โอเค รับได้ ก็เซ็น อนุมัติไป HR ก็จะเอาไปทำ Offer และสัญญาจ้างให้ Cand เซ็นต่อไป
ถ้า Budget มันเกินมาไม่มาก ส่วนใหญ่ HM ก็ตัดสินใจได้ แต่หากมันเกินไป หลักหมื่นแสน มักจะต้องไปให้ management approve ก่อน ซึ่งนั้นก็แปลว่า จะกินเวลา process ไปอีก บางบริษัท มีรอบการ approve ของ management ทุกกลางเดือน หรือ ปลายเดือน เป็นต้น แต่บางที่ก็อาจจะแค่เข้าไปคุย แล้ว management อนุมัติเลยก็มี
ปกติผมเป็น HM ก็ไม่ค่อยมี Cand เรียกมาเกิน max เลยนะ อาจจะเพราะอยู่ บ.ใหญ่ โครงสร้าง ช่วงเงินเดือนมันกว้าง จำได้ว่าบางบ. ตำแหน่ง senior นี่ min 40k max 80k , assist mgr 70k - 110k แน่นอนว่าพวกนี้ ขึ้นกับ ยอดขายบ. ซึ่งที่นี่ หลักหมื่นล้าน ก็เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ 555
และหลายคนอาจจะสงใส ว่า ในกระบวนการต่อรองเงินเดือนเนี่ย มันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพราะจะได้รู้ว่า ใครมันจะรู้เงินเดือนเราบ้าง หลักๆ 2 คนแน่นอนคือ HR และ HM หรือ หัวหน้าที่รับเราเข้ามา เพราะต้องเป็นคนเซ็น อนุมัติ offer แต่ทีนี้ HR จะมี process ส่งข้อมูลต่อให้ HR admin หรือ Payroll นั้นก็อีกเรื่อง และ หัวหน้าของ HM ก็อาจจะรู้ หากต้องอนุมัติงบที่เกินกว่าที่ตั้งไว้ครับ
หวังว่าจะพอเปิดอีกมุมมองให้พอเห็นภาพกันนะครับ
Whimsy 🍵🐰 retweeted
ยืนยันคำเดิมว่าไม่ชอบเที่ยวกับคนชอบบ่น ชอบติทุกอย่าง ใครทำอะไรไม่ถูกใจสักอย่าง อาหารไม่อร่อย วิวไม่สวย เหนื่อยไป หนาวไป ฯลฯ แล้วก็ไม่ชอบคนที่ตกลงกันก่อนมาแล้วว่าจะไปไหนบ้าง พอไปจริงก็ไปเปลี่ยนแพลนหรือบ่นอยู่นั่นว่าทำไมมาที่แบบนี้ คนพวกนี้อย่าได้ไปไหนกับใครเลย น่ารำคาญ
Whimsy 🍵🐰 retweeted
“ถามมาจาก ai”
Replying to @tarn_missblur
ถามมาจากaiค่ะ ไม่น่าแปลกใจที่คำต่างๆจะเพี้ยนไปตามยุคสมัย คำแปลต่างๆก็ต้องทำให้คนเข้าใจด้วย ถ้าเข้าใจไม่ตรงกันก็ต้องปรับปรุง แต่คำราชาศัพย์สมัยนี้แทบจะไม่มีใครพูดกันแล้ว ถ้าในประโยคนี้เราเข้าใจคำว่าเท็จทูล มากกว่าเพ็ดทูลล่ะ 5555































