chayen retweeted
จากนี้ผมคงจะไม่ได้ซื้อหุ้นไม้ใหญ่ๆ แล้ว... เพราะต้องเก็บเงินสด ระดับ 50% ของพอร์ต
เพราะตอนนี้ภาพใหญ่กำลังบอกเราว่า มันไม่ปกติ
ตอนนี้ Big tech ต้องการเงินมาลงทุน Ai มหาศาลมากๆ ทั้งกู้ธนาคาร และออกหุ้นกู้ ดอกเบี้ยสูง
ทำให้เห็นว่าเงินในตลาดมันเริ่มหมด ไม่ใช่ว่าจะอัดลง Ai ได้ตลอดไป
และสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ และมันจะสูงแบบนี้ไปอีกนาน ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นมาก อย่างมีนัยสำคัญ เพราะงั้นแม่งจะสะดุดกันมากกว่าตอนนี้อีก
ตอนนี้ Big Tech ก็เริ่มเห็นว่า FCF ติดลบกันแล้ว ทั้งเงินเริ่มหมด และหาเงินจาก Ai ยังไม่ได้ด้วย แล้ววันไหนจะคืนทุน นี่แหละ ตลาดมันเลยเทขาย
สำหรับผมเอง ผมยังจะถือหุ้นในพอร์ตต่อไป ไม่ขาย และเน้น core position Top10 ส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Top10 ผมปล่อยตามเวรตามกรรมเลย เพราะ Top10 ผมส่วนมากบวกกันหมด ตลาดต้องลงลึกมากๆ ผมถึงจะขาดทุน และถ้าขาดทุนผมจะอัดเพิ่มทันที นี่คือแผนของผม ผมเลยต้องมีเงินสดเยอะมากๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตตอนที่ตลาดร่วงหนักๆ
ตลาดตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยหนี้มหาศาลมากๆ มันคล้ายๆ ช่วงที่โลกเราสร้าง Infra ช่วง Internet มากๆ และนั้นแหละความเสี่ยงมันคือเงินทุนอาจจะหมดก่อนที่ Demand จะสร้างผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุน
แต่สุดท้ายแล้ว Infra ก็จะยังอยู่ และ Ai ก็ยังอยู่ แค่ในตลาดมันซื้อกันจนราคานำพื้นฐานไปเยอะแล้ว มันควรได้กลับมาจุดสมดุลเท่านั้นเอง
ตลาดไม่เป็นใจแบบนี้ เรามาสร้างเครื่องผลิตเงินของตัวเองกันดีกว่า วันนี้เลยจะมาเขียนเรื่องการเทรดที่สร้าง cashflow ได้ โดยบทความนี้จะเหมาะกับมือใหม่มากกว่า มือเก๋าข้ามได้เลยครับ
ทำไมต้องมีเครื่องผลิตเงิน
- เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- เพื่อที่เราจะได้มีเงินไปต่อกลยุทธ์ หรือเอาไป bet กับสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้เรา"รวย" โดยที่หากเงินที่เอาไป bet ตรงนี้ขาดทุน 100% เครื่องผลิตเงินเราก็ไม่ได้หายไปไหน
จากที่ได้ทดลองมากลยุทธ์เหล่านี้ทำได้ง่ายมาก ใครๆก็ทำได้ขอแค่มีสติว่ากำลังทำอะไรอยู่
- จะบอกทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อควรระวังของแต่ละกลยุทธ์ด้วย
- กลยุทธ์ต่อไปนี้ มีหลายท่านได้เขียน ได้พูดถึงไว้แล้ว สามารถหาความรู้ต่อได้เลย
*เป็นประสบการณ์ตัวเท่านั้น หากผิดพลาดต้องขออภัย
5) covered call
การขายออปชั่น call บนหุ้นหรือสินทรัพย์ที่คุณ"ถืออยู่ในพอร์ต" โดยจะได้ค่าพรีเมียมจากการขายออปชั่นและ"ต้อง"ขายสินทรัพย์ออกไปหากราคาพุ่งทะลุเกิน strike price
📌วิธีทำ
- เริ่มจากถือสินทรัพย์
- เลือก strike price
- เลือก expiry date
- ขาย call รับ premium
- รอ option หมดอายุ
*หากราคา spot พุ่งทะลุเกิน strike price ต้อง"ขาย"ออกตามกลยุทธ์
👍ข้อดี
- สามารถทำกำไรในตลาด Sideway
- ไม่มีโอกาส liquidate หากมีสินทรัพย์ตามกลยุทธ์
👎ข้อเสีย
- หากราคาพุ่งแรง กำไรจะถูกจำกัดไว้ด้วย option
- ต้องเริ่มจากมีสินทรัพย์ในมือก่อน
- หากสินทรัพย์ราคาตก จะเกิดการขาดทุนได้
- หากไม่มีสินทรัพย์ตั้งแต่แรกแล้ว short call จะเป็น naked short เสี่ยงขาดทุนสูง ไม่แนะนำ
เหมาะสำหรับคนที่อยากขายสินทรัพย์และมีราคาในใจ หากไม่ได้ขายราคานั้น ก็ยังได้ premium ปลอบใจ
โดยที่ option จะเกิดจาก 4 ขาหลักๆคือ buy call, buy put, short call, short put สามารถนำไปประกอบเป็น strategy ต่างๆได้มากมาย แต่ส่วนตัวผม ณ ปัจจุบัน ก็ใช้หลักๆ แค่ cash-secured put, covered call ก็เพียงพอในการทำกำไร สร้างกระแสเงินสด หากต้องการความรู้เพิ่มเติม ลองศึกษาจากเว็ปนี้ดูได้ครับ optionsplaybook.com
ส่วนตัวผมมีท่าที่ชอบคือ delta ~0.2 และ expiry date ~30 days จะเป็นราคาที่เห็นว่าเหมาะสมในการบริหารความเสี่ยง และได้ apr ~20% แล้วยัง compound ได้อีกด้วย
โดยที่ถ้าทำครบ loop จะเรียกว่า wheel strategy ทำวนลูปไปเรื่อยๆ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน
หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้
หากติชมจะยินดีมากๆครับ เอาไว้ปรับปรุงในการเขียนครั้งต่อไป
ขอบคุณครับ



